เจียงเหวินเยว่สูดจมูก พยายามข่มอารมณ์ไว้ ก่อนพยักหน้า แล้วหันไปพูดกับเจียงฉงซานที่กำลังมองนางตาไม่กะพริบว่า “ท่านพ่อ ท่านนี้คือลุงเฟิง เป็นคนใจดี วันนี้ก็เป็นเขาที่พาข้าออกมา”
เจียงฉงซานรีบลุกขึ้นยืน ยกมือเช็ดหางตา ก่อนจะก้มหลังค้อมตัวทักทายลุงเฟิงอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “ท่านลุง...”
“ไม่ต้องหรอก ข้าก็แค่คนขับรถม้า รับการคารวะแบบนี้ไม่ไหว”
ลุงเฟิงรีบโบกมือห้าม แล้วพูดต่อว่า “พ่อกับลูกสาวได้พบกันทั้งที คงมีเรื่องอยากคุยกันอยู่ไม่น้อย ไปหาที่เงียบ ๆ ค่อย ๆ คุยกันดีกว่า”
เจียงฉงซานไม่ได้ตอบตกลงทันที เขาหันไปมองลูกสาวตามสัญชาตญาณ ปล่อยให้นางเป็นคนตัดสินใจ
เจียงเหวินเยว่พยักหน้า “ฟังลุงเฟิงเถอะ เราออกจากที่นี่ก่อน แล้วค่อยไป...”
“เดี๋ยวก่อน!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงห้ามดังมาจากโรงรับซื้อคน แม่เฒ่าหวังที่ได้รับข่าวรีบวิ่งออกมาอย่างหอบหืด
นางไม่สนแล้วว่าตัวเองเพิ่งโกหกว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่ พอเดินเข้ามา สายตาก็จับจ้องเจียงเหวินเยว่เป็นคนแรก ในใจสบถว่าเวรกรรมแท้ ๆ ทำไมต้องมาเจอกันหน้าประตูโรงรับซื้อคนของนางพอดีด้วย?
รู้อย่างนี้ นางคงไม่ปล่อยให้เจียงฉงซานอยู่แม้แต่หน้าประตูโรงรับซื้อคน ควรไล่เขาไปตั้งแต่แรกเสียก็ดี...
สีหน้าของแม่เฒ่าหวังดูไม่สู้ดีนัก แต่เห็นแก่ที่ตอนนี้เจียงเหวินเยว่เข้าไปอยู่ในจวนเซี่ยแล้ว น้ำเสียงของนางจึงไม่แข็งกระด้างจนเกินไป
“แม่หนู ไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วนะ ช่วงนี้พ่อของเจ้าเล่นเอาข้าปวดหัวไม่น้อย ข้าอยากคุยกับเจ้าตามลำพังสักสองสามคำ”
นางไม่พูดอ้อมค้อม ยกมือชี้ไปด้านข้าง “ขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหม?”
