ชุนเถาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “พ่อบ้านไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ อาจจะยังไม่ได้ข้อสรุปก็ได้”
นางยิ้มพลางบีบแก้มเล็ก ๆ ของเจียงเหวินเยว่เบา ๆ “แต่เจ้าไม่ต้องกังวลมากหรอก นายท่านของเราเป็นคนมีความสามารถ ต้องจัดการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยได้ดีแน่ พ่อแม่กับคนในครอบครัวของเจ้าจะต้องปลอดภัย”
ถึงในใจเจียงเหวินเยว่จะยังเป็นห่วง แต่นางก็พูดอะไรต่อไม่ได้ จึงเพียงยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว
“อื้ม! ข้าเชื่อนายท่าน คราวนี้ท่านสร้างผลงานใหญ่ในการบรรเทาทุกข์ วันหน้าต้องมีอนาคตสดใสแน่นอน”
ชุนเถาหัวเราะคิก ก่อนบีบแก้มนางอย่างสนิทสนมอีกครั้ง “ปากหวานจริง ๆ พูดจาเก่งเสียจนฟังแล้วใคร ๆ ก็เอ็นดู”
เจียงเหวินเยว่ตอบว่า “ข้าพูดความจริงต่างหาก เป็นเพราะพี่ชุนเถาชอบข้า ถึงได้คิดว่าข้าน่าเอ็นดู”
“ยิ่งพูดยิ่งเก่ง ข้าเถียงเจ้าไม่ไหวแล้ว~”
ชุนเถาเลิกคิ้ว มุมปากเผยรอยยิ้มล้อเลียนขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยเล่าเรื่องทางบ้านให้ฟัง ข้าถึงได้ตั้งใจไปถามพ่อบ้าน แล้วก็อุตส่าห์วิ่งมาบอกเจ้าโดยเฉพาะ คิดจะขอบคุณข้าอย่างไรล่ะ?”
นางแค่หยอกเล่น ไม่ได้คาดหวังให้เจียงเหวินเยว่มอบของขวัญอะไรให้
เด็กสาวใช้ตัวเล็ก ๆ ที่ถูกขายเข้าจวนอย่างนางย่อมไม่มีทรัพย์สินติดตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นของที่จวนแจกให้ เงินเดือนเดือนหนึ่งมีเพียงสามร้อยอีแปะ ช่างยากจนเหลือเกิน
แต่เจียงเหวินเยว่กลับพูดขึ้นมาทันทีว่า “พี่สาวรอข้าสักครู่นะ ข้าจะกลับมาเดี๋ยวนี้!”
นางหันหลังวิ่งกลับห้องอย่างรีบร้อน แสร้งทำเป็นหยิบของจากตู้ไม้ข้างเตียง แต่ที่จริงกลับนำเงินทองแดงที่ร้อยเป็นพวงไว้ออกจากมิติ แล้วซ่อนไว้ในอกเสื้อก่อนวิ่งออกมาอีกครั้ง เกือบชนซิ่วเยว่เข้า
“เป็นอะไรไป? รีบร้อนวิ่งไปวิ่งมาทำไม?” ซิ่วเยว่เห็นนางวิ่งกลับเข้าห้องด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน จึงเดินตามเข้ามา
