หลายวันต่อมา แม่นมสวี่ไม่พูดถึงเรื่องแบ่งเรือนอีกเลย กลับเข้มงวดในการอบรมมากขึ้นเรื่อย ๆ
สาวใช้ตัวน้อยทั้งหลายถูกขังอยู่ภายในกำแพงเรือนสูง ตัดขาดจากโลกภายนอก จึงไม่ได้ยินข่าวคราวแม้แต่น้อย
เจียงเหวินเยว่ยังคงเป็นห่วงครอบครัวอยู่เสมอ แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะวอกแวก นางต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่อให้ได้ไปอยู่ในที่ที่ดี เมื่อยืนหยัดได้แล้วจึงค่อยมีโอกาสสืบข่าวภายนอก
สี่เชวี่ยกับซิ่วเยว่ต่างก็มีความคิดของตนเอง ทั้งสามจึงก้มหน้าตั้งใจเรียนอย่างขะมักเขม้น ท่าทีจริงจังอย่างน่าประหลาด
เรื่องเหล่านี้แม่นมสวี่ล้วนมองเห็นอยู่ตลอด
เจียงเหวินเยว่และคนอื่น ๆ ไม่รู้เลยว่าแม่นมสวี่ผู้สูงวัยคนนี้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา
นางเคยเป็นแม่นมของฮูหยินรองเซี่ย ตั้งแต่ฮูหยินรองยังอยู่ในผ้าอ้อมก็เป็นผู้ป้อนนมและดูแล ต่อมายังเป็นแม่นมที่ติดตามไปเป็นสินเดิมของฮูหยินรอง แล้วตามนางเข้าไปอยู่ในจวนกั๋วกง เวลาที่อยู่เคียงข้างฮูหยินรองนั้นยาวนานกว่ามารดาแท้ ๆ เสียอีก
ฮูหยินรองเองก็ไว้วางใจนางอย่างยิ่ง
คราวนี้สามีได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งนอกเมือง นางจึงต้องพาบุตรสาววัยเยาว์สองคนไปด้วย
หากเป็นคนอื่นย่อมไม่มีผู้ใดวางใจ มีเพียงให้แม่นมสวี่เดินทางจากเมืองหลวงมาจัดการและดูแลเรื่องราวในเรือนหลังด้วยตนเอง ฮูหยินรองจึงจะสบายใจได้
ดังนั้น ภายนอกแม่นมสวี่เป็นเพียงแม่นมฝึกสอน แต่แท้จริงแล้วเป็นผู้ดูแลกิจการในเรือนหลังของจวนเซี่ย
สาวใช้ตัวน้อยที่เพิ่งเข้าจวนอย่างเจียงเหวินเยว่ ส่วนใหญ่เตรียมไว้ให้ฮูหยินรองกับคุณหนูทั้งสอง แม่นมสวี่ไม่วางใจผู้อื่น จึงต้องฝึกสอนด้วยตนเอง
เรื่องคนในเรือนของฮูหยินรองยังพอจัดการได้
มีสาวใช้ชั้นหนึ่งสี่คนคอยดูแล สาวใช้ชั้นสองก็มีไม่น้อย สาวใช้ตัวน้อยที่เข้าไปก็แค่ทำงานจิปาถะอย่างวิ่งธุระ
