ท่านป้าหลิวที่ยืนอยู่ตรงประตูเล็กด้านหลังได้ยินแล้วก็หัวเราะ “เด็กคนนี้ แค่น้ำชานิดเดียวเอง ยังเอามาพูดเป็นเรื่องเป็นราวอีก”
สี่เชวี่ยยิ้ม “เหวินเยว่แค่เป็นห่วงท่านพ่อเท่านั้นเอง”
แม้เจียงฉงซานจะไม่รู้เรื่องน้ำในถุงน้ำ แต่เขาก็ไม่เคยขัดคำลูกสาว
เขาประคองถุงน้ำอุ่น ๆ ไว้ในมืออย่างระมัดระวัง แล้วรับปากเจียงเหวินเยว่ “ได้ พ่อจะดื่มเอง ไม่แบ่งให้ใคร”
ลูกสาวยิ้มออกมาทันที
นางปล่อยมือ เตรียมเดินไปทางประตูเล็กด้านหลัง แต่เดินไปได้เพียงสองก้าวก็หยุด แล้วหันกลับมามองเขา
เจียงฉงซานไม่เข้าใจนัก คิดว่านางยังมีเรื่องอยากพูด จึงเดินเข้ามาหา “เยว่เอ๋อร์ เป็นอะไรไป...”
เจียงเหวินเยว่หันกลับมา วิ่งโผเข้ากอดเขาอีกครั้ง พร้อมยื่นมือกอดเขาแน่น ๆ แล้วพูดเสียงอู้อี้ “ท่านพ่อ ข้าเข้าไปแล้วนะ พรุ่งนี้อย่าลืมมารับข้ากลับบ้าน... ระหว่างทางกลับค่อย ๆ เดิน ถ้าน้ำชาเหลือก็แบ่งให้ท่านแม่กับท่านปู่ท่านย่าดื่ม อย่าทิ้งไว้ข้ามคืนล่ะ”
เจียงฉงซานรู้สึกแสบร้อนในใจขึ้นมาเล็กน้อย มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังด้านลูบหลังลูกสาวเบา ๆ
“ได้ พรุ่งนี้พ่อจะมา ลูกเข้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ หลับสักตื่น พอลืมตาขึ้นมาพ่อก็จะมารับกลับบ้านแล้ว”
“อืม!”
เจียงเหวินเยว่ยิ้มกว้าง เงยหน้ามองท่านพ่อด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะปล่อยมือแล้ววิ่งเข้าไปทางประตูเล็ก
ท่านป้าหลิวกับสี่เชวี่ยยืนรอนางอยู่ตรงประตู พอเห็นนางเข้ามาแล้ว ท่านป้าหลิวจึงยิ้มอย่างสุภาพ “พ่อหนุ่ม จวนของเรากำลังจะปิดประตูลงกลอนแล้ว กลางคืนอากาศหนาว รีบกลับบ้านแต่เนิ่น ๆ เถิด”
เจียงฉงซานรับคำ แล้วมองประตูเล็กสีดำปิดลง ก่อนจะได้ยินเสียงลงกลอนจากด้านใน