รุ่งเช้าวันถัดมา ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เจียงเหวินเยว่ก็ตื่นแล้ว
คนอื่น ๆ ในห้องยังหลับอยู่ นางขยับไปหยิบเสื้อผ้าอย่างเบามือ พอสวมคลุมตัว ซิ่วเยว่ที่นอนอยู่เตียงข้าง ๆ ก็ปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย
“เหวินเยว่หรือ?”
“อืม ข้าทำให้เจ้าตื่นหรือเปล่า?”
เจียงเหวินเยว่ถามเสียงเบา
ซิ่วเยว่ตื่นเต็มตาอย่างรวดเร็ว นางกอดผ้าห่มแล้วลุกขึ้นนั่ง “ไม่หรอก ปกติข้าก็ตื่นเช้าอยู่แล้ว”
ทั้งสองไม่พูดอะไรต่อ ต่างคนต่างสวมเสื้อผ้าแล้วลงจากเตียง พวกนางไม่ได้ใช้น้ำที่เตรียมไว้ในห้อง แต่หยิบอ่างล้างหน้าและผ้าเช็ดหน้าออกไปล้างหน้าข้างนอก
ท้องฟ้ายังขมุกขมัว บนขอบบ่อหินเขียวมีน้ำค้างแข็งสีขาวเกาะอยู่ชั้นหนึ่ง
เจียงเหวินเยว่หดมือเพราะความหนาว ก่อนจะดึงเชือกหย่อนถังลงไปตักน้ำ “เพิ่งปลายเดือนสิบก็หนาวขนาดนี้แล้ว ปีนี้ไม่รู้ว่าหิมะจะตกหรือเปล่า”
ซิ่วเยว่ยื่นมือมาช่วย พอได้ยินก็ถามว่า “ที่เจียงหนิงมีหิมะตกด้วยหรือ?”
“บางครั้งก็มี เจ้าไม่ใช่คนเจียงหนิงหรือ?” เจียงเหวินเยว่ถามอย่างสงสัย
ซิ่วเยว่ส่ายหน้า “ข้ามาจากหย่งโจวทางเหนือ อยู่ไกลจากที่นี่มาก ข้ามากับแม่ค้าจัดหาคนรับใช้ เดินทางมานานกว่าหนึ่งเดือน” จากนั้นนางก็ถามกลับ “แล้วเจ้าเป็นคนเจียงหนิงหรือ?”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ บ้านข้าอยู่หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมสุดในเขตเมืองเจียงหนิง ตอนนี้ถูกน้ำท่วมไปแล้ว”
ซิ่วเยว่เบิกตากว้าง “แล้วคนในครอบครัวเจ้า...?”
“หนีกันออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน” เจียงเหวินเยว่ยิ้มน้อย ๆ แววตาอ่อนโยน
“ตอนน้ำท่วมมา ท่านแม่ไม่ทันได้คิดอะไร อุ้มน้อง ๆ แล้วคว้าตัวข้าวิ่งหนีไป ท่านพ่อแบกท่านย่า ท่านปู่ลากไม้ ทั่วทั้งครอบครัวลอยคว้างอยู่ในน้ำ กว่าจะขึ้นฝั่งได้ก็แทบแย่”
