เรื่องที่เจียงเหวินเยว่ถามนั้น นายกองวัยกลางคนรู้จริง ๆ
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เรื่องนี้เป็นงานสำคัญที่ว่าการกำลังเร่งจัดการ คนในที่ว่าการต่างรู้กันหมด
“เห็นป้ายประกาศตรงนั้นไหม? ประกาศเรื่องที่ทางการจัดหาที่พักพิงให้ผู้ประสบภัยติดอยู่บนนั้น มีชื่อหมู่บ้านที่จัดสรรไว้ทั้งหมด ไปดูก็รู้แล้ว”
นายกองวัยกลางคนชี้ไปยังป้ายประกาศสูงตระหง่านข้างที่ว่าการ ก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก้มมองเจียงเหวินเยว่ตัวเล็กจ้อย
“เอ่อ... แม่หนูน้อย เจ้ารู้หนังสือหรือ?”
ดูจากคำพูดคำจาและกิริยาท่าทางแล้ว นางดูเหมือนเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวบัณฑิต อ่านประกาศสักแผ่นคงไม่ยากกระมัง?
นายกองวัยกลางคนเกาศีรษะอีกครั้ง สีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย
แม้ตัวเขาจะอ่านออกเขียนได้อยู่บ้าง แต่ประกาศของที่ว่าการเขียนโดยเสมียน ใช้ถ้อยคำโบราณทั้งยังอ่านยาก คำศัพท์หลายคำแม้แต่เขาก็ยังอ่านไม่ออก
หากแม่หนูน้อยอ่านไม่เข้าใจแล้วขอให้เขาช่วยอ่านให้ฟัง เช่นนั้นมิยิ่งทำให้ขายหน้าหรือ?
นายกองหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองออกว่าเขากระอักกระอ่วน จึงหัวเราะอย่างสะใจ ใช้พลองกันน้ำกันไฟยันพื้นพลางมองพวกเขาด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ไม่คิดจะอ้าปากช่วยสักนิด
เจียงเหวินเยว่ไม่ได้สังเกตเห็น นางมัวแต่หันไปมองด้วยความตื่นเต้น รีบยอบกายคารวะแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านลุง ข้าอ่านหนังสือออก เช่นนั้นไม่รบกวนแล้วเจ้าค่ะ!”
พูดจบ นางก็อดใจรอไม่ไหว ดึงสี่เชวี่ยวิ่งไปทางป้ายประกาศ ยืนอยู่ใต้ป้ายไม้สูงแล้วเงยหน้ามองประกาศที่มีตัวอักษรเรียงแน่นเต็มแผ่น
สี่เชวี่ยเองก็เงยหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่พอเห็นตัวอักษรแน่นขนัดบนป้าย ดวงตาก็แทบพร่า รีบก้มหน้าลงไม่มองอีก
สวรรค์ ตัวหนังสือพวกนี้เขียนยากกว่าที่เหวินเยว่สอนพวกนางเป็นประจำเสียอีก!