เจียงเหวินเยว่ลองใช้มือลูบผ้าแต่ละพับดู คุณภาพดีจริง ๆ เส้นฝ้ายทอแน่น เนื้อผ้าเรียบเนียนสม่ำเสมอ สีย้อมก็ติดทั่วกัน ไม่มีตรงไหนเข้มหรือจางกว่ากัน
ปัญหาเดียวคือราคาแพง
แต่ในใจเจียงเหวินเยว่ก็รู้ดีว่าเถ้าแก่ไม่ได้ตั้งราคาแพงเกินจริง เมื่อตัดต้นทุนค่าเช่าร้านและค่าแรงออกไปแล้ว ผ้าคุณภาพดีหนึ่งพับในเมืองหลวงของจวนก็ต้องขายราคาเท่านี้จริง ๆ
กำลังการผลิตในสมัยโบราณยังต่ำ ไม่มีเครื่องจักรช่วยทุ่นแรง ผ้าทุกชนิดต้องอาศัยคนทำทั้งนั้น ทั้งใช้เวลาและแรงงานมาก อีกทั้งขั้นตอนยังซับซ้อนอีกด้วย
ยกตัวอย่างผ้าฝ้ายธรรมดาที่สุดสักพับหนึ่ง ตั้งแต่ปลูกฝ้ายในฤดูใบไม้ผลิ เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง จากนั้นนำฝ้ายมาเอาเมล็ดออกแล้วปั่นเป็นด้าย ก่อนจะทอด้วยมือให้กลายเป็นผืนผ้า ผ่านขั้นตอนฟอก ย้อม และทำให้สีติดทน สุดท้ายจึงขนส่งมาวางขาย กว่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปี
เพราะฉะนั้น ผ้าในหมู่ชาวบ้านจึงใช้แทนเงินได้ แถมยังรักษามูลค่าได้ดีมาก
หญิงชาวบ้านจำนวนไม่น้อยปั่นด้ายทอผ้าอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ทำแค่เพื่อประหยัดเงินค่าซื้อเสื้อผ้าให้ครอบครัว แต่ยังเป็นงานที่ช่วยหารายได้ด้วย
ชาวบ้านส่วนใหญ่แทบไม่มีโอกาสได้ตัดเสื้อผ้าใหม่สักชุด เสื้อผ้าที่มีก็เย็บปะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งต่อกันไปหลายทอด หากบ้านไหนจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ก็ยังเอาเสื้อผ้าฤดูร้อนหรือฤดูหนาวไปจำนำได้ เห็นได้ชัดว่าผ้าและเสื้อผ้ามีมูลค่าคงทนเพียงใด
บ้านที่ยากจนกว่านั้น ไม่มีเงินซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ ก็ต้องซื้อเสื้อผ้าเก่าที่คนอื่นขายต่อ
หรือบางบ้านถึงขั้นไม่มีเงินซื้อแม้แต่เสื้อผ้าเก่า พอถึงฤดูหนาวก็ยอมเสียเงินเล็กน้อยไปเช่าเสื้อกันหนาวจากโรงรับจำนำ ใส่ประคองตัวให้ผ่านฤดูหนาวไปก่อน แล้วค่อยนำไปคืน ก็พอจะประทังชีวิตได้
