สีหน้าของเจียงฉงซานก็ซีดเผือดไม่ต่างกัน คราวนี้ไม่ใช่เพราะเสียดายเงิน แต่เป็นเพราะตกใจกับราคา
เขาไม่มีเวลาปรึกษาลูกสาว รีบปฏิเสธทันที “ราคานี้แพงเกินไปแล้ว เราไม่ต้องใช้ของดีขนาดนี้หรอก!”
“ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนเป็นฝ้ายกับผ้าคุณภาพรองลงมาก็ได้ ราคาจะถูกลงไม่น้อยเลย”
เถ้าแก่ไม่ได้โกรธอะไร เขาทำการค้ามานาน คนที่ยอมควักเงิน 7-8 ตำลึงซื้อผ้าใหม่กับฝ้ายใหม่ในคราวเดียวมีให้เห็นน้อยมากอยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างไรก็เป็นพ่อค้า ย่อมอยากได้กำไรเพิ่มอีกหน่อย ราคานี้จึงคิดจากฝ้ายฟอกคุณภาพเยี่ยมกับผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดที่สุด
“เถ้าแก่ รอสักครู่นะ พวกเราขอปรึกษากันก่อน!”
เจียงฉงซานรีบดึงลูกสาวไปคุยด้านข้าง แล้วลดเสียงลง “เยว่เอ๋อร์ ของในร้านนี้แพงเกินไป เราไม่ซื้อได้ไหม? เดี๋ยวพ่อกลับไปซื้อที่ตลาดในเมือง ประหยัดได้เยอะเลย”
แต่เจียงเหวินเยว่กลับคิดไม่เหมือนกัน “ท่านพ่อ ตอนนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ราคาผ้ากับฝ้ายย่อมสูงขึ้นอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ฝ้ายฟอกที่ซื้อในตลาดเมืองก็ราคาจินละ 70-80 อีแปะ ส่วนผ้าถึงจะถูกกว่านี้จริง แต่คุณภาพกับสีก็สู้ของพวกนี้ไม่ได้”
ตอนนี้นางไม่ได้ขัดสนเงิน เงินสดที่มีอยู่ก็พอซื้อได้ ทั้งยังมีเงินรายเดือนที่เก็บสะสมไว้หลายเดือน กำไลทองกับแหวนทองอีกอย่างละคู่ ซึ่งแต่ละชิ้นก็มีน้ำหนักไม่น้อย
เจียงฉงซานเองก็พกเงินสดติดตัวมา ต่อให้ไม่ซื้อฝ้ายใหม่กับผ้าเนื้อละเอียดชั้นยอด ซื้อฝ้ายกับผ้าฝ้ายเนื้อหยาบคุณภาพรองลงมาบ้างก็ยังได้
หาเงินมาไม่ใช่เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรอกหรือ?
ไม่ต้องพูดถึงการเทียบกับชีวิตเมื่อก่อน อย่างน้อยก็ได้สวมเสื้อผ้าหนา ๆ อบอุ่น ไม่เจ็บป่วยในฤดูหนาว แค่นี้ก็สำคัญแล้ว
