“ตามกฎของจวนเซี่ย สาวใช้แต่ละระดับจะได้วันหยุดพักผ่อนไม่เท่ากัน แต่ไม่ว่าจะหยุดกี่วัน สาวใช้ก็ห้ามค้างคืนนอกจวน ก่อนประตูปิดต้องกลับเข้าจวนและส่งป้ายประจำตัวคืน”
เป่าหลัวหันมามองเจียงเหวินเยว่ กำชับอย่างจริงจังว่า “เรื่องนี้ต้องจำไว้ให้ดี หากกลับมาช้าจนเลยเวลาปิดประตู แล้วหญิงเฝ้าประตูไม่ยอมเปิดให้เจ้า เจ้าค้างคืนอยู่ข้างนอก จวนจะลงโทษอย่างหนัก ถึงขั้นอาจไล่ออกจากจวนไปเลยก็ได้”
นางกลัวว่าหากเจียงเหวินเยว่ตามหาครอบครัวพบขึ้นมา แล้วตื่นเต้นจนลืมเวลา จะเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น
เจียงเหวินเยว่จำไว้ขึ้นใจ “ข้าทราบแล้ว ขอบคุณพี่สาวที่เตือน”
เป่าหลัวยิ้มบาง ๆ ก่อนพานางเดินต่อ “เจ้ายังเด็ก ออกจวนไปคนเดียวก็ไม่ปลอดภัยนัก ลองดูในจวนว่ามีใครจะออกไปซื้อของบ้าง แล้วตามพวกเขาไปด้วยจะสะดวกกว่า บางทีอาจได้นั่งรถม้าไปด้วย”
“ถึงข้าจะไม่ใช่คนแคว้นสวินโจว แต่ก็เคยได้ยินว่าเจียงหนิงมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรือง ทั้งเมืองยังมีพื้นที่กว้างใหญ่ เจ้าเองก็ไม่รู้ว่าครอบครัวถูกจัดให้อยู่ที่ไหน หากคิดจะวิ่งตามหาโดยอาศัยสองขา เกรงว่าวิ่งจนขาลากก็อาจหาไม่พบ”
เรื่องพวกนี้เจียงเหวินเยว่คิดมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นางรู้ว่าเป่าหลัวหวังดี จึงไม่โต้แย้ง เพียงเดินตามไปเงียบ ๆ
เป่าหลัวพานางมาถึงลานด้านหน้า พอดีมีสาวใช้ชั้นล่างหลายคนหาบน้ำผ่านมา พอเห็นนางก็รีบยอบกายคารวะ
“พี่สาวเป่าหลัว”
เป่าหลัวรับคำแล้วถามต่อ “รู้หรือไม่ว่าแม่นมซุนอยู่ที่ไหน?”
สาวใช้ชั้นล่างตอบว่า “กลางวันแม่นมซุนเข้าเวร พอตกค่ำก็คงกลับที่พักแล้ว ตอนนี้พี่ฉี่เยว่กับแม่นมเถาอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูเจ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้ว เจ้าไปทำงานเถอะ”
เป่าหลัวยิ้มรับ จากนั้นก็พาเจียงเหวินเยว่เดินออกไป “พวกเราต้องรีบหน่อย ที่พักของแม่นมซุนอยู่ไกลพอสมควร”