ไม่นาน ทั้งสองก็ประคองเสิ่นเจี้ยนเฟยมาถึงคลินิกหวงหุน ประตูคลินิกเปิดอ้าอยู่ ภายในสว่างไสว
ทว่าเมื่อเข้าไปแล้ว พวกเธอกลับไม่เห็นเงาของหมอเทวดาเย่ ภายในคลินิกดูเหมือนไม่มีใครอยู่เลย
“หมอเทวดาเย่อยู่ไหมคะ...?”
ลวนอวี่ตะโกนเรียกเสียงดัง
แต่เรียกอยู่หลายครั้งก็ยังไม่มีเสียงตอบ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูก
ขณะที่พวกเธอกำลังร้อนใจจนแทบทำอะไรไม่ถูกและเตรียมจะพาเขาไปโรงพยาบาล ก็เห็นหมอเทวดาเย่ผู้มีหนวดเครารุงรังถือถุงพลาสติกสีดำเดินเข้ามาจากด้านนอก ท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
“หมอเทวดาเย่!” ดวงตาเสิ่นชิงเฉี่ยนเป็นประกาย รีบก้าวเข้าไปหา “พี่ชายฉันบาดเจ็บสาหัส ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยเขาด้วย!”
“ไม่ต้องพูดมาก ให้เขานอนลงก่อน”
เย่ลั่วโบกมือ ชี้ไปยังเตียงไม้เล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ น้ำเสียงสุขุมหนักแน่น
ทั้งสองไม่ลังเล รีบประคองเสิ่นเจี้ยนเฟยไปนอนบนเตียงคนไข้
เย่ลั่วโยนถุงพลาสติกไปไว้ข้างหนึ่ง จากนั้นก็เดินตรงไปหาเสิ่นเจี้ยนเฟยโดยไม่พูดอะไร พร้อมยื่นมือจับชีพจรที่ข้อมือของเขา
เขารู้ดีว่าอาการบาดเจ็บของเสิ่นเจี้ยนเฟยสาหัส แม้ไม่ถึงชีวิต แต่หากรักษาล่าช้า เกรงว่าจะกระทบรากฐานวิถีบู๊และส่งผลต่อการบำเพ็ญเพียรในภายหน้า
เดิมทีเขาคิดว่าเสิ่นชิงเฉี่ยนจะพาพี่ชายไปโรงพยาบาล จึงตั้งใจอ้อมไปชานเมืองเพื่อจัดการศพชายชราชุดเทา ไม่คิดเลยว่าพวกเธอจะตรงมาที่คลินิก
แต่เมื่อคนมาถึงแล้ว เขาก็ได้แต่รีบลงมือช่วยรักษาทันที
