เย่ลั่วไม่แม้แต่จะมอง ราวกับกำลังไล่แมลงวันน่ารำคาญ เพียงโบกมือส่ง ๆ
“ปัง!”
เสียงทึบดังขึ้น ถานหมิงเจ๋อกระเด็นกลับไปด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนพุ่งเข้ามาเสียอีก ร่างกระแทกโต๊ะยาวด้านหลังซึ่งวางหอแก้วแชมเปญไว้เต็มแรง
แก้วแตกกระจาย น้ำสุราสาดกระเซ็น เขานอนขดตัวอยู่บนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก
“อ๊ะ...พี่เจ๋อ!” หลี่หว่านอี๋ร้องเสียงหลง ใบหน้าซีดเผือด รีบเข้าไปประคองเขา
ถานหมิงซีที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าเย็นชา กำหมัดแน่น แต่เขารู้ดีว่าตนไม่เป็นวรยุทธ์ ต่อให้โกรธแค่ไหน ตอนนี้ก็ทำอะไรเย่ลั่วไม่ได้ ทำได้เพียงจ้องอีกฝ่ายเขม็ง จดจำความอัปยศครั้งนี้ไว้ในใจ
เมื่อทุกคนเห็นภาพตรงหน้า ต่างก็พากันฮือฮาขึ้นมาทันที!
ถานหมิงเจ๋อเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีชื่อเสียงในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่กลับรับการโจมตีส่ง ๆ ของเย่ลั่วไม่ไหวแม้แต่ครั้งเดียวอย่างนั้นหรือ?
คนที่ฝึกวิชาบู๊โบราณในงานอย่างหลี่รั่วหานและเสิ่นเจี้ยนเฟยต่างรู้ดีว่าถานหมิงเจ๋อแข็งแกร่งเพียงใด เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์แห่งเยี่ยจิง แต่เขากลับรับกระบวนท่าเดียวของเย่ลั่วไม่ได้ เช่นนั้นระดับการบำเพ็ญของเย่ลั่วจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด?
“เย่ลั่ว! แกอยากตายนักใช่ไหม!”
จ้าวเหวินจีฝืนทนความเจ็บปวดและความหวาดกลัวที่แล่นมาจากช่วงล่าง ใบหน้าบิดเบี้ยว ตะโกนเสียงแหบว่า “ตอนนี้ฉันเป็นหัวหน้าสาขาหกของสำนักกิจการพิเศษ มียศพันเอกใหญ่! แกก่อเหตุทำร้ายคนกลางที่สาธารณะ ทั้งยังทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการ ฉันสั่งให้แกคุกเข่ายอมรับโทษเดี๋ยวนี้! ใครก็ได้ จับตัวมันไว้!”
สิ้นเสียงของเขา เจ้าหน้าที่สำนักกิจการพิเศษหลายคนในชุดลำลองที่ดูคล่องแคล่วแข็งแกร่งก็พุ่งออกมาจากฝูงชนอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็ล้อมเย่ลั่วไว้ ปิดทางหนีทุกด้าน บรรยากาศตึงเครียดราวกับพร้อมปะทุ
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของจ้าวเหวินจี ก็พากันตกตะลึงอีกครั้ง เขากลายเป็นผู้มีตำแหน่งสูงในสำนักกิจการพิเศษตั้งแต่เมื่อไรกัน แถมยังมียศพันเอกใหญ่อีก? ต้าซย่ามีพันเอกใหญ่ที่อายุน้อยขนาดนี้ด้วยหรือ? ความตกใจที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอกทำให้แทบหายใจไม่ออก
