ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน เย่ลั่วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหมาชาง
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ความแค้นก็สานต่อกันไปเรียบร้อย ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่คิดปล่อยพ่อลูกหมาชางไปอีก
เมื่อเห็นเย่ลั่วตั้งท่าพร้อมลงมือ หมาชางก็รีบเอ่ยว่า “หมอเทวดาเย่ ฉันยอมรับว่าฉันไม่ใช่คู่มือของคุณ ความแค้นควรคลี่คลาย ไม่ควรผูกเพิ่ม เรื่องแต่งงานนี้ยกเลิกกันไปเถอะ พวกเราสองฝ่ายเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นมิตรภาพกันดีไหม?”
เย่ลั่วหัวเราะเย็นชา “พอสู้ชนะก็เอาแต่ใช้กำลัง พอสู้แพ้ก็หันมาพูดเหตุผล บนโลกนี้มีเรื่องดี ๆ แบบนั้นด้วยหรือ? ลงมือเถอะ!”
สิ้นเสียง เขาก็ชิงเปิดฉากโจมตีก่อน
หมาชางทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงโคจรพลังภายในทั่วร่างแล้วฟาดฝ่ามือสวนกลับ
“ปัง ๆ ๆ...”
หมัดและฝ่ามือปะทะกัน เสียงระเบิดดังสนั่นไม่ขาดสาย
เย่ลั่วใช้วิชาก้าวเงามายาไร้ร่องรอย ร่างของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบกลายเป็นเงาพร่า ทุกคนเห็นเพียงเงาร่างสายแล้วสายเล่าพุ่งเข้าใส่หมาชาง ก่อนจะหายวับไปในพริบตา
แม้หมาชางจะยกฝ่ามือขึ้นรับ แต่ความเร็วของเย่ลั่วนั้นรวดเร็วเกินไป ทุกหมัดหลบพ้นคมฝ่ามือของเขาได้อย่างแม่นยำ ก่อนกระแทกเข้าร่างอย่างจัง
ทว่าหมาชางกลับเหมือนแมลงสาบที่ตีอย่างไรก็ไม่ตาย แม้จะอยู่ในสภาพสะบักสะบอม แต่ก็ยังฝืนรับการโจมตีเอาไว้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
หลังปล่อยหมัดออกไปสิบกว่าหมัด เย่ลั่วก็หยุดมือเสียที ขณะนี้หมาชางผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูคลุ้มคลั่งราวกับเสียสติ
เขาคำรามเสียงแหบพร่าด้วยอาการมึนงง “เข้ามาสิ! เข้ามาอีก! แกฆ่าฉันไม่ตายหรอก... ฮ่า ๆ ๆ...”
เย่ลั่วส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เขาอดทอดถอนใจไม่ได้ว่าร่างกายของหมาชางแข็งแกร่งเพียงใด ราวกับกำแพงทองแดงป้อมปราการเหล็ก การโจมตีรุนแรงถี่ยิบถึงเพียงนี้ กลับทำให้หมาชางบาดเจ็บแค่ภายนอกเท่านั้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ปราณแท้ของเขาคงหมดลงเสียก่อน ดูท่าต้องใช้วิธีที่ไม่ธรรมดาแล้ว
