เย่ลั่วก้าวไปข้างหน้าสองก้าว สีหน้าเรียบเฉยก่อนกล่าวว่า “นายน้อยหมาคัง ซิงโหรวเป็นภรรยาของข้าแล้ว เชิญพาคนของเจ้ากลับไปเถอะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หมาคังก็เดือดดาล ชี้หน้าเย่ลั่วพลางตวาดเสียงกร้าว “หมอเทวดาเย่! เจ้ารู้หรือไม่ว่าการแย่งภรรยาผู้อื่นนั้นไม่ต่างจากการฆ่าบิดา เป็นความแค้นที่อยู่ร่วมฟ้าเดียวกันไม่ได้!”
“หึ! ปากกล้านัก!” เย่ลั่วแค่นเสียง “ซิงโหรวไปเป็นภรรยาของเจ้าตั้งแต่เมื่อไร? หากยังกล้าพูดจาล่วงเกินอีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
จากคำบอกเล่าของหลงซิงโหรว เย่ลั่วรู้ว่าหมาคังอาศัยอำนาจของหมู่บ้านเฮยซานวางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วดินแดนเหมียวเจียง ทำร้ายหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ไปไม่รู้เท่าไร เรียกได้ว่ากำเริบเสิบสานไร้ขอบเขต
เขาตัดสินใจไว้แล้ว หากหมาคังไม่รู้จักเจียมตัว เขาก็ไม่รังเกียจที่จะกำจัดเสี้ยนหนามให้ดินแดนเหมียวเจียง
“ฮ่า ๆ ๆ!” หมาคังแหงนหน้าหัวเราะ “ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ! หมอพื้นบ้านอย่างเจ้าน่ะหรือกล้าพูดกับข้าว่าจะไม่เกรงใจ? รู้ไหมว่าหมู่บ้านเฮยซานของข้ามีอำนาจแค่ไหน? อย่าคิดว่า...”
“เพียะ!”
เสียงตบฉาดดังสนั่นขัดจังหวะคำพูดของหมาคัง
หมาคังยกมือกุมแก้มที่แสบร้อน ดวงตาเบิกกว้างจ้องเย่ลั่วอย่างไม่อยากเชื่อ ทั้งที่เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหวงระดับสูงสุด แต่กลับมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายลงมืออย่างไร
ทั้งตกใจทั้งโกรธ เขาหันไปตวาดใส่ชายชราหลังค่อมที่ยืนข้างกาย “ท่านอาผิง! ยังยืนบื้ออะไรอยู่? ฆ่ามันให้ข้า!”
ชายชราหลังค่อมพยักหน้าเล็กน้อย ร่างวูบไหวก่อนพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว แส้ยาวในมือพุ่งฉกใส่ใบหน้าเย่ลั่วราวกับงูพิษออกจากโพรง พร้อมเสียงหวีดแหวกอากาศ
เย่ลั่วแค่นหัวเราะในใจ เขาเคยพบชายชราผู้นี้ตอนเป็นแขกอยู่ที่หมู่บ้านเฮยซานมาก่อน ดูจากพลังปราณแล้ว ระดับฝึกตนของอีกฝ่ายคงอยู่เพียงขั้นตี้ระยะแรก พอ ๆ กับกัวติ่งแห่งสำนักกิจการพิเศษ
