“นี่... นี่มันอะไรกัน?”
รูม่านตาของซือหม่าเฟิ่งหมิงหดเล็กลงฉับพลันจนเหลือเท่าปลายเข็ม ความหวาดกลัวที่เกิดจากสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดพลันบีบรัดหัวใจเขา
จากแสงโลหิตประหลาดสายนั้น เขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายอันชัดเจนและไม่อาจต้านทาน มันคือแรงกดข่มที่เหนือกว่าระดับพลังภายใน แฝงกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างอย่างแท้จริง
ในช่วงเป็นตาย เขาระเบิดศักยภาพทั้งหมดออกมา ร่างถอยกรูดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว หวังหลบการโจมตีสังหารครั้งนี้
ทว่าเพียงร่างเขาขยับ เงาร่างดุจภูตพรายของเย่ลั่วก็ปรากฏขึ้นตรงทางถอยด้านซ้ายของเขาอย่างฉับพลัน ราวกับคาดเดาการเคลื่อนไหวไว้แล้ว หมัดหนึ่งพุ่งออกไปปิดตายช่องทางหลบหนี
ซือหม่าเฟิ่งหมิงขวัญหนีดีฝ่อ ไม่มีเวลาคิดให้มากความ จึงยกฝ่ามือซ้ายขึ้นรับหมัดของเย่ลั่วอย่างลนลานตามสัญชาตญาณ ขณะเดียวกัน มือขวารวบรวมพลังฝึกปรือทั้งชีวิต เปลี่ยนฝ่ามือเป็นคมดาบ ฟาดใส่แสงโลหิตคร่าชีวิตอย่างรุนแรง หวังขวางหรือปัดมันให้เบี่ยงออกไป
“ปัง!”
หมัดกับฝ่ามือปะทะกันอีกครั้ง เย่ลั่วอาศัยแรงปะทะถอยลอยไปด้านหลังเพื่อสลายแรง
ส่วนฝ่ามือขวาของซือหม่าเฟิ่งหมิงกลับฟาดไม่โดนตัว “เขี้ยวโลหิต” ดังใจ มีเพียงเปลวแสงสีเลือดบริเวณขอบที่เฉี่ยวผ่านฝ่ามือ ทิ้งรอยเลือดเป็นทาง
แสงโลหิตสายนั้นบิดตัวกลางอากาศเล็กน้อยดุจอสรพิษมีชีวิต ก่อนพุ่งด้วยความเร็วที่สูงกว่าเดิมและแม่นยำอย่างยิ่ง เจาะเข้าสู่ลำคอของซือหม่าเฟิ่งหมิง
“อ๊าก—!”
ซือหม่าเฟิ่งหมิงกรีดร้องอย่างแสนสาหัส
ทันทีที่ “เขี้ยวโลหิต” เข้าสู่ร่าง กลิ่นอายแหลมคมที่เปี่ยมด้วยพลังทำลายล้างและกัดกร่อนพลังชีวิตอย่างบ้าคลั่งก็ทะลวงเข้าสู่เส้นลมปราณของเขา ก่อนพุ่งตรงไปยังสมอง
เขายื่นมือคว้าด้ามมีดสั้นที่ฝังอยู่ในลำคอไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว หวังดึงมันออกมา
