ยามดึกสงัด
เงาร่างหนึ่งกระโดดออกจากคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นอย่างเงียบเชียบ ก่อนร่อนลงพื้นอย่างแผ่วเบาราวใบไม้ร่วง ผู้ที่กลับมาแต่งกายเป็น “หมอเทวดาเย่” อีกครั้งก็คือเย่ลั่ว
หลังออกจากสำนักงานใหญ่หลงหุน เขาก็มาที่ตระกูลเสิ่นเพื่อเล่าเรื่องราวให้เสิ่นชิงเฉี่ยนฟัง ปลอบให้นางคลายกังวลแล้วจึงรีบมุ่งหน้าไปยัง ‘ชิงเฟิงหย่าจู้’
ระหว่างผ่านชานเมืองอันเปลี่ยวร้างแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีเสียงต่อสู้แผ่วเบาดังมาจากป่าห่างไกล
เย่ลั่วแผ่ญาณออกไปสำรวจทันที และบังเอิญเห็นฉากชวนหวาดหวั่นเข้า
ชายชราผมเงินสีหน้าเย็นชา ซัดฝ่ามือหนึ่งออกไปด้วยพลังราวพลิกขุนเขาคว่ำมหาสมุทร กระแทกเข้ากลางอกชายวัยกลางคนอย่างหนักหน่วง
ชายวัยกลางคนราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาด ร่างปลิวละลิ่วออกไปราวว่าวขาดสาย ก่อนกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตรจึงร่วงลงพื้นอย่างหมดแรง เขากระอักเลือดแดงฉานออกมาหลายคำ ลมหายใจอ่อนแรงลงในพริบตา เหลือเพียงลมหายใจรวยริน
เย่ลั่วหรี่ตาลง สังเกตเห็นเครื่องแต่งกายของทั้งสองคน ซึ่งเป็นชุดจงซานแบบเดียวกับที่กัวติ่ง รองหัวหน้าสำนักกิจการพิเศษสวมใส่
เมื่อนึกถึงความขัดแย้งระหว่างตนกับสำนักกิจการพิเศษ เขาก็รีบเก็บกลิ่นอายทั่วร่าง แล้วลอบเข้าใกล้จุดต่อสู้อย่างไร้สุ้มเสียงราวแมวป่าในราตรี
เย่ลั่วซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ ห่างจากสนามต่อสู้ออกไปราว 100 เมตร
เวลานี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า กลิ่นอายรอบกายชายชราผมเงินลึกล้ำดุจบึงลึก ทั้งหนักแน่นและยิ่งใหญ่ ถึงกับพอจะทัดเทียมหลีเจียงในอดีตได้ราง ๆ!
“ฝีมือระดับนี้... ในสำนักกิจการพิเศษต้องไม่ใช่คนไร้ชื่อ หรือว่าเขาจะเป็น...?”
ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในใจเย่ลั่ว
