หอพักนักศึกษาชายหมายเลข 4 ตั้งอยู่สุดทางเดินใต้ร่มไม้
ผนังอิฐแดงถูกเถาไม้เลื้อยปกคลุมไปครึ่งหนึ่ง ใบไม้แห้งเหลืองอยู่ประปราย
ซูมู่เดินผ่านเงาไม้ที่ทอดเป็นริ้ว
เสียงอึกทึกด้านหลังค่อย ๆ ถูกเสียงจักจั่นบนต้นไม้กลบไป
เขาเดินไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำใต้ตึก
ความเย็นของน้ำประปาทำให้เขาสะท้านจนตัวสั่น ความทรงจำเกี่ยวกับสินทรัพย์ระดับหลายแสนล้านที่ถาโถมเข้ามาในหัวจึงสงบลงไปได้บ้าง
เมื่อครู่ที่ลานกว้าง อธิการบดีคุกเข่าลง ส่วนดาวมหาวิทยาลัยก็วิงวอนขอร้อง
ถ้าเป็นคนอื่นคงดีใจจนแทบคลั่งไปแล้ว
แต่เขากลับรู้สึกแค่ว่าหนวกหู
เรื่องการช่วงชิงผลประโยชน์ในแวดวงธุรกิจ เขาเคยสัมผัสมามากพอแล้วจากความทรงจำที่หลอมรวมเข้ามา
ชาตินี้เขาแค่อยากเรียนให้จบมหาวิทยาลัย นอนตื่นสายบ้างก็พอ
เขาสะบัดหยดน้ำออกจากมือแล้วเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว
ชั้นสี่ ห้องพัก 404
ประตูไม้แง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง
บานพับขึ้นสนิม พอผลักเข้าไปก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแห้ง ๆ
พัดลมเพดานด้านบนหมุนหึ่ง ๆ ลมพัดกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าบนพื้นให้กลิ้งไปมา
ทั้งสามคนในห้องหยุดมือพร้อมกัน
เตียงชั้นล่างใกล้ระเบียง หวังฮ่าวเปลือยท่อนบน มือถือแตงโมที่แทะไปแล้วครึ่งลูก
น้ำแตงโมสีแดงไหลตามข้อมือใหญ่โตของเขา หยดลงบนเสื่อ
เตียงใกล้ประตู จางหาวกำลังยืนบนเก้าอี้พลาสติก ยัดกล่องรองเท้าไว้บนตู้
บนกล่องพิมพ์ตราเอเจขนาดใหญ่ไว้
ส่วนมุมมืดด้านในสุด หลี่หมิงนั่งห่อตัวอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ แว่นกรอบหนาสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอ
เมล็ดแตงโมที่อยู่ในปากหวังฮ่าวยังไม่ทันคายออกมา เขาก็กลืนลงไปเลย
เขาเบิกตากว้าง กวาดตามองซูมู่ตั้งแต่หัวจดเท้าสองรอบ
“เชี่ย...”
หวังฮ่าวโยนเปลือกแตงโมลงถังขยะข้างเท้าส่ง ๆ แล้วคว้ากระดาษทิชชูมาเช็ดมือแบบลวก ๆ
