งานเลี้ยงเลิกราตอนสี่ทุ่มครึ่ง
กลับถึงคฤหาสน์แล้ว เคอเหมียนถังถอดรองเท้าส้นเตี้ย เดินเท้าเปล่าบนพรมตามหลังหรงเช่อไปยังห้องแต่งตัว
ในหัวของเธอเอาแต่คิดเรื่องนั้นวนไปวนมา พอภารกิจครบกำหนด เธอก็ต้องจากไปอยู่ดี ถ้าเลิกรากันอย่างสงบได้ก็คงดี แต่ด้วยนิสัยของหรงเช่อ...
เคอเหมียนถังคิดว่าโอกาสที่จะเลิกรากันอย่างสงบคงต่ำพอ ๆ กับโอกาสที่เธอจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง
เธอกระแอมเบา ๆ แล้วจงใจพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “ซ่งอินนี่น่าสงสารจังเลยนะ ถ้าเลิกกับยวนเจีย เธอจะเสียใจมากไหมนะ ถ้าเลิกกันอย่างสงบได้ก็น่าจะดีกว่านิดหน่อยเนอะ”
หรงเช่อเดินไปพลางปลดกระดุมเสื้อกั๊กสูทไปพลาง นิ้วคีบกระดุมคลายออกอย่างไม่ใส่ใจ เขาหันหลังให้เธอ พูดด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ ว่า “ยวนเจียคงให้เงินก้อนหนึ่งกับเธอ”
เคอเหมียนถังเดินตามหลังเขาไปยืนอยู่หน้าประตูห้องแต่งตัว มองเขาถอดเสื้อกั๊กพาดไว้บนราว ก่อนรวบรวมความกล้าพูดว่า “แล้วถ้าเราสองคนก็...”
ยังพูดไม่ทันจบ ฝ่ามืออุ่น ๆ ข้างหนึ่งก็ปิดปากเธอไว้
เคอเหมียนถังชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ขนตากะพริบสองครั้ง
ฝ่ามือของหรงเช่อแนบอยู่บนริมฝีปากเธอ แรงไม่มาก แต่แฝงความหมายว่าไม่อนุญาตให้ดิ้นหนี
เขาก้มตามองเธอ เปลือกตาปรืออย่างเกียจคร้าน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ทว่าในดวงตากลับไม่มีแววขบขันแม้แต่น้อย
“ที่รัก” เขาเอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงเนิบช้า “เราไม่มีวันเลิกกันหรอก”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วถูมุมปากเธอเบา ๆ “ไม่มีใครทำลายความสัมพันธ์ของเราได้ เชื่อฉันสิ”
