ยังไม่ทันที่เธอจะทันได้ตั้งตัว หรงเช่อก็จับมือเธอแล้วพาเดินกลับเข้าไปในฝูงชน
ตลอดเวลาหลังจากนั้น เขาทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ ว่า “ทำอะไรก็พาเธอไปด้วย”
คุยเรื่องโครงการร่วมทุนกับใครก็พาเธอไปด้วย ไปหยิบเหล้าก็พาเธอไปด้วย แม้แต่ตอนทักทายคนอื่นก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเธอ
เวลาคนเหล่านั้นพูดจาทักทายกันตามมารยาท หรงเช่อก็จะเอียงหน้ามองเธอ ก่อนแนะนำตัวเธอให้อีกฝ่ายรู้จัก
ตอนนั้นเคอเหมียนถังก็เหมือนแจกันประดับ ได้แต่ยิ้มจนแก้มแข็งไปหมด
ศัพท์แปลกหูและตัวเลขต่าง ๆ สลับกันไปมาในบทสนทนา เปลือกตาของเธอหนักขึ้นเรื่อย ๆ ปลายนิ้วที่อยู่ในฝ่ามือเขาค่อย ๆ คลายออก ก่อนจะถูกเขากุมไว้แน่นอีกครั้ง
ทนไม่ไหวจริง ๆ เธอจึงแอบหาว แล้วรีบหุบปากทันที
หรงเช่อถึงหันมามองเธอ ก่อนตบเบา ๆ ที่เอวด้านหลัง “เธอไปนั่งพักข้าง ๆ ก่อนเถอะ ทางนี้ฉันใกล้เสร็จแล้ว”
เคอเหมียนถังเหมือนได้รับอิสรภาพ รีบหาเหตุผลอ้างว่าจะไปห้องน้ำ แล้วเบี่ยงตัวหลุดจากมือเขา
ห้องน้ำอยู่ตรงหัวมุมสุดทางเดิน เธอเพิ่งบิดก๊อกน้ำ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง มองผ่านกระจกก็เห็นเหอหย่าอินผลักประตูเดินเข้ามา
เหอหย่าอินหยุดยืนที่อ่างล้างหน้าข้าง ๆ แล้วเปิดก๊อกน้ำ เสียงของเธอดังคลอไปกับเสียงน้ำอย่างเรียบเฉย “วันนี้เธอนี่โง่ไปหน่อยนะ”
มือของเคอเหมียนถังที่กำลังจะปิดก๊อกน้ำชะงักไป เธอไม่เข้าใจว่าเหอหย่าอินหมายถึงอะไร
“เธอทำแบบนี้ กลับยิ่งทำให้คนอื่นไม่พอใจเธอ” เหอหย่าอินดึงมือออกจากอ่างล้างหน้า แล้วมองเคอเหมียนถังผ่านกระจก “ถึงฉันไม่พูด เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้ว”
