บทที่ 12 เธอกำลังเปล่งประกาย
“ระวังลูกบอล!” เคอเหมียนถังตะโกนขึ้นพร้อมกับที่ลูกบอลพุ่งผ่านช่องว่างระหว่างหัวม้าของทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็ว เสียงลมหวีดหวิวตามมา
เหอหย่าอินเอียงศีรษะหลบตามสัญชาตญาณ จุดศูนย์ถ่วงเสียสมดุล ร่างบนหลังม้าโอนเอนไปมา เกือบจะนั่งไม่อยู่
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?” เคอเหมียนถังยิ้มตาหยี “อย่าเกร็งสิ ค่อย ๆ ทำไปนะ”
เหอหย่าอินกัดฟันกรอด ไม่พูดอะไรอีก
พวกเธอเหน็บแนมใส่กันไปมาเช่นนี้ พลางคว้าชัยชนะในการแข่งขันไปด้วย
รอบแบ่งกลุ่ม — ชนะ
รอบแพ้คัดออก — ชนะ
รอบรองชนะเลิศ — ชนะ
ทุกนัดไม่ว่าลูกบอลจะพุ่งมาจากทิศทางไหน เคอเหมียนถังก็หาจุดตกได้อย่างแม่นยำ ไม้ตีราวกับเป็นส่วนต่อขยายของแขน จังหวะ แรง และมุมในการตีล้วนพอเหมาะพอดี
เธอบังคับม้าควบไล่ตาม หยุดกะทันหันแล้วหมุนตัว เหวี่ยงไม้ตี ส่งบอล และเข้าประจำตำแหน่ง ทุกท่วงท่าคล่องแคล่วฉับไว เปี่ยมด้วยความยืดหยุ่นและสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของนักขี่ม้าหญิง
ขนสีขาวทั้งตัวของเสวี่ยอิ่งเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ แนบลู่ไปกับลำตัว กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ กระเพื่อมขึ้นลงขณะวิ่ง ราวกับประติมากรรมมีชีวิตที่กำลังเคลื่อนไหว
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่นั่งกรรมการก็มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลิงโจวมาชมการแข่งขัน ต่างจับกลุ่มเล็ก ๆ นั่งอยู่แถวหลังของอัฒจันทร์
เด็กสาวหลายคนก้มหน้าไถโทรศัพท์ ไม่รู้ว่าใครพูดขึ้นมาว่า “คนที่นั่งตรงที่นั่งกรรมการนั่นใคร หล่อจัง” คนรอบข้างต่างพากันเงยหน้าขึ้นมอง
“คนไหน?”
“คนที่ใส่ชุดนักเรียนสีดำไง จากสถาบันเฉิงซิ่นน่ะ”
“ว้าว หล่อจริงด้วย เป็นนักเรียนเหรอ? ดูไม่เหมือนเลยนะ”
