บทที่ 26 เจ้าตัวขี้อ้อน
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ รถค่อย ๆ แล่นไปตามถนนส่วนตัว เคอเหมียนถังก็ยังอดทึ่งกับคฤหาสน์ที่มีพื้นที่กว่าสามพันไร่แห่งนี้ไม่ได้
ภูเขาทั้งลูกเป็นเขตส่วนตัวของสิงหยวน หรงเช่ออาศัยอยู่ที่นี่คนเดียว ส่วนพ่อของเขาอย่างหรงเหลียวอยู่ที่อีกฟากของภูเขา ปกติถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไรพ่อลูกก็แทบไม่ได้พบกัน
ทะเลกุหลาบสองข้างถนนค่อย ๆ จางสีสันจัดจ้านในยามกลางวันลงเมื่อเข้าสู่ยามพลบค่ำ พอลมพัดมา กลีบดอกไม้ก็ปลิวว่อนราวกับเกล็ดหิมะ
ด้านหลังภูเขายังมีป่าเมเปิลผืนใหญ่ ตอนนี้ต้นไม้ยังเขียวขจี แต่พอถึงปลายฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่จะยิ่งงดงาม ภูเขาทั้งลูกจะถูกย้อมเป็นสีแดง
เมื่อลงจากรถ คนรับใช้ก็เดินเข้ามาต้อนรับ ก่อนหยิบถุงช้อปปิ้งจากเบาะหลังลงมา
เคอเหมียนถังคิดว่าวันนี้คงจบลงแค่นี้ ดูเหมือนเขาจะหายโกรธแล้ว ระหว่างทางยังถามเธอด้วยว่าอยากกินอะไรเป็นมื้อเย็น น้ำเสียงก็เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอแอบโล่งใจ คิดว่าคำว่า “บีบคอให้ตาย” คงเป็นเพียงคำพูดเกินจริงที่เขาใช้แสดงความเป็นเจ้าของ
ผู้ชายก็แบบนี้แหละ ชอบพูดขู่กันให้ดูร้ายแรง
แต่เธอคิดผิด
เคอเหมียนถังตั้งใจกลับห้องไปแกะของขวัญ วันนี้ซื้อของมาเยอะเกินไป หลายชิ้นเธอยังไม่ได้ดูให้ละเอียด ตอนพนักงานขายหย่อนของลงถุง เธอเอาแต่รูดบัตรจ่ายเงิน
หรงเช่อเดินตามเธอเข้ามาด้วย ตอนแรกเธอไม่ได้ใส่ใจ คิดว่าเขาคงเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้า
กระทั่งประตูด้านหลังปิดลง เธอก็สะดุ้ง หัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะพลันรับรู้ถึงกลิ่นอายของเขา
กลิ่นกายค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจากด้านหลัง แผ่ซ่านจากต้นคอ ราวกับตาข่ายที่มองไม่เห็น
