วิทยาลัยคำสัตย์หลวงเปิดสอนหลักสูตร 4 ปี และเป็นหนึ่งในวิทยาลัยเวทมนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของทวีป
ตามเนื้อเรื่องของเกมต้นฉบับ พวกขุนนางจะส่งลูก ๆ มาเรียนที่นี่ตอนอายุ 14 ปี โดยอ้างว่าเพื่อให้ได้รับการศึกษาด้านเวทมนตร์และอัศวินอย่างเป็นระบบ แต่ความจริงคือเพื่อให้เด็ก ๆ สร้างกลุ่มก๊วนภายในกันตั้งแต่เนิ่น ๆ สานต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของตระกูลจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูกอย่างไร้รอยต่อ
พูดให้เข้าใจง่าย ที่นี่ก็คือสโมสรสังคมที่ตกแต่งหรูหรา พร้อมบริการสอนเวทมนตร์เป็นของแถม
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าสามัญชนจะไม่มีโอกาสเข้าเรียนเลยเสียทีเดียว หากเป็นเด็กสาวสามัญชนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นอย่างไอโน วิทยาลัยก็ยอมรับเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษ ปีเตอร์จำได้ว่าในเกมภาคแรก ๆ มีการวางเนื้อเรื่องไว้แบบนั้นจริง ๆ เป็นพล็อตปลุกใจมาตรฐานว่าด้วยการ “ทลายกำแพงชนชั้น”
แต่ต่อมาในภาคที่เท่าไรก็ไม่รู้ เหล่านักเขียนบทคงรู้สึกว่าจุดขายเรื่อง “สามัญชนพลิกชะตา” ถูกรีดจนหมดเกลี้ยงแล้ว จึงโบกมือเพิ่มเนื้อหาเสริมเข้ามาอีกอย่าง ไอโนแท้จริงแล้วเป็นผู้สืบสายเลือดของราชินีผู้ก่อตั้งประเทศ และอาวุธอะไรสักอย่างที่เล่ากันว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่เปิดใช้งานได้ บลา ๆ ๆ
จงเจริญทฤษฎีสายเลือด! ทุกคนด่ากัน แต่ทุกคนก็ชอบดู
ทว่าในเวลานี้ เรื่องราวเหล่านั้นไม่เกี่ยวอะไรกับปีเตอร์เลย
เพราะเขาหลงทาง
ว่าแต่เธอชื่อไอโน
—ไม่สิ ทางการไม่เคยตั้งชื่อให้นางเอกเลยนี่นา งั้นชื่อนี้ผู้เล่นเป็นคนตั้งหรือ?
ปีเตอร์คิดไปพลางเดินหลงทางอยู่ในวิทยาลัย ช่างเถอะ เรื่องแบบนี้ค่อยคิดทีหลัง ตอนนี้สิ่งที่อยากรู้มากกว่าที่มาของชื่อก็คือหอพักของตัวเองอยู่ทางไหน
วิทยาลัยคำสัตย์หลวงมีขนาดใหญ่เกินธรรมดา กลุ่มอาคารเรียนหลักมีมากมายจนตาลาย แต่ละหลังเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินลอยฟ้า สองข้างทางเดินแขวนภาพเหมือนของศิษย์เก่าผู้มีชื่อเสียงในแต่ละยุค กรอบภาพเคลือบทองอร่าม
ยังมีเขาวงกตพุ่มไม้ สนามฝึกเฉพาะของภาควิชาอัศวิน ห้องทดลองธาตุกลางแจ้งของภาควิชาเวทมนตร์ รวมถึงทะเลสาบทิวทัศน์แห่งหนึ่งซึ่งว่ากันว่ามีไว้ให้นักเรียน “เดินทอดน่องใต้แสงจันทร์ พลางขบคิดถึงชีวิต”
สำหรับคนที่ไม่มีความทรงจำใด ๆ ของ “เจ้าของร่างเดิม” อยู่ในหัว วิทยาเขตขนาดนี้ก็ไม่ต่างจากเขาวงกต
แถมร่างกายก็ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดจากก่อนข้ามมิติมา ตามข้อมูลในเกม อย่างน้อยปีเตอร์ กริฟฟินก็เป็นนักเรียนชั้นปีที่ 2 ของภาควิชาอัศวิน ในฐานะคู่ปรับคนแรกที่นางเอกต้องเผชิญระหว่างเนื้อเรื่อง แม้เขาจะไม่ใช่อัจฉริยะหาใครเทียบได้ แต่ก็ไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้หางแถวแน่นอน
นักเรียนชั้นปีที่ 2 ของภาควิชาอัศวินตามปกติ อย่างน้อยสมรรถภาพร่างกายก็น่าจะมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
แต่เรี่ยวแรงที่แค่เดินไม่กี่ก้าวก็เหนื่อยแบบนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ดูเหมือนร่างกายคนโลกเดิมที่นั่งได้ก็ไม่ยอมยืนของเขามากกว่า
ปีเตอร์กวาดตามองรอบตัว ก่อนสายตาจะไปหยุดที่นักเรียนใหม่ชั้นปีที่ 1 คนหนึ่งซึ่งกำลังก้มหน้าเดินอยู่ไม่ไกล วิธีดูชั้นปีนั้นง่ายมาก แค่ดูแถบบนอกเสื้อเครื่องแบบ ชั้นปีที่ 1 มีหนึ่งแถบ ชั้นปีที่ 2 มีสองแถบ เรียงไปตามลำดับ
ท่าทางการเดินของนักเรียนใหม่คนนั้นระมัดระวังตัวจนดูเหมาะจะเป็นเป้าหมายสำหรับถามทางอย่างยิ่ง
ปีเตอร์เดินเข้าไปหา พอเหลือระยะอีกสามสี่ก้าว นักเรียนใหม่คนนั้นก็เผยแววหวาดกลัวออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ดูท่าชื่อเสียของปีเตอร์คนเดิมจะแพร่ไปถึงหมู่นักเรียนใหม่ได้อย่างทั่วถึงทีเดียว แบบนี้เขาก็ไม่ต้องแนะนำตัวเองแล้ว ความรู้สึกที่มีคนหวาดกลัวพูดตามตรงก็ชวนให้รู้สึกแปลกอยู่บ้าง แต่ปีเตอร์ไม่ได้รังเกียจนัก อย่างน้อยก็ยังดีกว่าถูกมองเป็นแค่ตัวประกอบกระจอก ๆ
เขาจึงเดินเข้าไปตามที่อีกฝ่ายคาดไว้ แล้วออกคำสั่งทันทีว่า “พาฉันไปหอพักนักเรียนชั้นปีที่ 2 ของภาควิชาอัศวิน”
นักเรียนใหม่คนนั้นแม้จะงุนงง แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ข่มความอยากรู้อยากเห็นไว้ได้อย่างรวดเร็ว เขาหันหลังเดินนำทางไป
หอพักของภาควิชาอัศวินตั้งอยู่เลยทะเลสาบทิวทัศน์ที่เพิ่งผ่านมานั่นไป
นักเรียนใหม่ที่นำทางไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง ทุกย่างก้าวเผยให้เห็นความประหม่าอย่างชัดเจน
ปีเตอร์เดินตามหลังพลางคิดว่า “ปีเตอร์” คนเดิมทำเรื่องสารเลวอะไรไว้ในวิทยาลัยแห่งนี้บ้าง ถึงทำให้นักเรียนใหม่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเห็นหน้าเขาแล้วตัวสั่นงันงกได้ขนาดนี้
หอพักของภาควิชาอัศวินปรากฏขึ้นในสายตา
หอพักของภาควิชาอัศวินแห่งวิทยาลัยคำสัตย์หลวงดูคล้ายปราสาทในโลกเวทมนตร์ มุมอาคารเป็นหอคอยสูง หน้าต่างทรงโค้งแคบยาว เหนือประตูใหญ่แขวนธงตราสัญลักษณ์ผืนมหึมา คาดว่าน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของวิทยาลัย
สองข้างประตูมีรูปสลักอัศวินถือกระบี่ตั้งตระหง่านอยู่ ปลายกระบี่ปักลงพื้น ท่วงท่าสง่างามน่าเกรงขาม
นักเรียนใหม่ที่นำทางหยุดเดินตั้งแต่ยังห่างจากประตูใหญ่ 20 เมตร ก่อนชี้ไปยังประตูบานนั้นเพื่อบอกว่า “ถึงแล้ว”
จากนั้นเขาก็ทำท่าราวกับเป็นตัวละครประกอบที่ทำภารกิจส่งพัสดุเสร็จสิ้น ไม่รอให้ปีเตอร์ตอบกลับก็โค้งคำนับอย่างรวดเร็ว แล้วหันหลังวิ่งเหยาะ ๆ หายลับไปตรงสุดทาง
ปีเตอร์ถามหมายเลขห้องพักของตัวเองจากไอ้หนุ่มคนนั้นมาแล้ว ถึงชื่อเสียจะโด่งดัง แต่ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน
ห้องพักเป็นห้องเดี่ยว ตามที่เคยพูดถึงไว้ในเกม และมีพื้นที่กว้างกว่าห้องเดี่ยวทั่วไปมาก เตียงหนึ่งหลังวางชิดผนัง ผ้าปูเตียงสีแดงเข้ม บนโต๊ะข้างเตียงมีโคมเวทมนตร์ตั้งอยู่ ลูกแก้วในโคมเปล่งแสงอุ่นนุ่มนวล แต่ไม่มีเปลวไฟ และก็ไม่เห็นสายไฟด้วย
โต๊ะเขียนหนังสือวางอยู่ข้างหน้าต่าง ผ้าม่านเป็นผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มเนื้อหนา ข้างกันมีชั้นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือชื่อเรื่องไม่คุ้นตา
ปีเตอร์ถอดเสื้อคลุมโยนลงบนเตียง ก่อนผลักประตูห้องอาบน้ำเข้าไป ตั้งใจจะล้างหน้าให้สดชื่นขึ้นสักหน่อย
หลังล้างหน้าเสร็จ เขาก็ชะงักอยู่หน้ากระจกเหนืออ่างล้างหน้า
ใบหน้าในกระจกเหมือนกับใบหน้าของเขาก่อนข้ามมิติไม่มีผิด
ปีเตอร์รีบถลกแขนเสื้อซ้ายขึ้น แล้วพลิกดูท่อนแขน บริเวณใกล้ข้อมือมีรอยแผลเป็นจาง ๆ อยู่ รอยนั้นเกิดตอนเขาอายุราวเจ็ดแปดขวบ ตอนปีนต้นไม้แล้วพลัดตกลงมา แผลไม่ลึกมาก แต่ก็ไม่เคยจางหายไปหมด
“นี่มันร่างกายของฉันชัด ๆ เลย”
มิน่าล่ะ ตั้งแต่ข้ามมิติมาจนถึงตอนนี้ เขาถึงไม่รู้สึกผิดปกติทางร่างกายเลยสักนิด ที่แท้ก็ไม่ได้เป็นการข้ามมิติด้วยวิญญาณ เขาทั้งคนถูกย้ายมาจากโลกเดิม แล้วเข้ามาแทนที่ตัวตนของปีเตอร์ กริฟฟิน ส่วนปีเตอร์คนเดิมไม่รู้ว่าถูกทับซ้อนไปอยู่มิติไหนแล้ว
นะ...นี่นับเป็นข่าวดีได้หรือเปล่า? นี่มันร่างกายของคนโลกธรรมดาแท้ ๆ ไม่เคยเรียนเวทมนตร์หรือวิชากระบี่มาสักอย่าง
การประลองในอีกสองสัปดาห์จะเอายังไงดี? คงไม่ใช่ว่าต้องขึ้นไปโดนซ้อมอย่างเดียวหรอกนะ? ไม่ได้ ๆ แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!
ขณะที่เขาจ้องมองตัวเองในกระจก ตัวอักษรโปร่งแสงแถวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในสายตาอย่างกะทันหัน
ตัวละคร: ???
พลังชีวิต 10
พลังเวท 10
ความอึด 10
พละกำลัง 10
ความคล่องแคล่ว 10
สติปัญญา 10
ศรัทธา 10
การรับรู้ 10
เวทมนตร์ที่เรียนรู้: ไม่มี
วิชากระบี่ที่เรียนรู้: ไม่มี
ปีเตอร์จ้องตัวเลขเหล่านั้นแล้วรู้สึกมึนตึ้บ
นี่มันอะไรกัน ค่าสถานะทุกด้านโดดเด่นงั้นหรือ?
เห็นชัด ๆ ว่าค่าสถานะทุกด้านธรรมดาสุด ๆ ต่อให้ถนัดไม่เท่ากัน อย่างน้อยก็ยังพอมีทิศทางให้หาทางพัฒนาต่อได้ แต่นี่อะไร ค่าทั้งแปดเป็น 10 หมด เฉลี่ยเสียจนเหมือนทีมพัฒนาเกมสุ่มกรอกค่าสถานะเริ่มต้นส่ง ๆ
เอาเถอะ มองในแง่ดีก็คือเขาพัฒนาไปทางไหนก็ได้ ส่วนมองในแง่ร้ายก็คือไม่ว่าจะเลือกทางไหน เขาก็ยังอ่อนกว่าคนอื่นอยู่ดี
ค่าสถานะต่ำไม่ใช่เรื่องน่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคืออีกสองสัปดาห์เขาต้องเผชิญหน้ากับนางเอกที่แทบจะถูกกำหนดมาแล้วว่าจะเป็นฝ่ายชนะ
หลังปลอบใจตัวเองได้ ปีเตอร์ก็เริ่มค้นห้องพักจนข้าวของกระจัดกระจาย
ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือมีไดอารีของ “ปีเตอร์” อยู่ แต่คนปกติที่ไหนจะเขียนไดอารีกัน ข้างในจึงมีแต่เรื่องไม่เข้าท่า อย่างเช่นรายชื่อพวกชอบทำเรื่องผิดกฎผิดระเบียบที่ร่วมมือกัน
แต่ก็มีของที่เป็นประโยชน์อยู่เหมือนกัน นั่นคือตารางเรียนของนักเรียนชั้นปีที่ 2 ภาควิชาอัศวิน ด้านหลังยังแนบแผนผังภาพรวมของวิทยาลัยมาด้วย
เขาพับตารางเรียนอย่างระมัดระวังแล้วสอดไว้ในกระเป๋าด้านในเสื้อคลุม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้านี่จะเป็นคู่มือเอาชีวิตรอดของเขา พกติดตัวไว้ตลอด จะได้ไม่ต้องอับอายเพราะหลงทางอีก
เนื้อหาในตารางเรียนก็เข้ากับบรรยากาศของเกมดี วิชาหลักมีตารางเรียนแค่ครึ่งวัน ส่วนเวลาที่เหลือเว้นว่างไว้ทั้งหมด ช่วงบ่ายมากกว่าครึ่งในหนึ่งสัปดาห์ระบุไว้ว่า “ฝึกฝนด้วยตนเอง” หรือ “จัดตารางได้อย่างอิสระ”
เห็นได้ชัดว่านี่คือหลักการออกแบบพื้นฐานที่สุดของโลกใน “กรงขังรัก” นักเรียนต้องให้ความสำคัญกับการมีความรักเป็นอันดับแรก
ปีเตอร์ค้นหาต่อไป และชั้นหนังสือนี่เองที่ทำให้เขาสงสัยที่สุด
ในฐานะผู้เล่นที่เคยเป็นทั้งพวกชอบหาเรื่องสนุกและสายจริงจังกับการเพิ่มความแข็งแกร่ง เขารู้ดีว่าปีเตอร์ กริฟฟินคนเดิมเป็นคนอย่างไร คนแบบนั้นย่อมไม่เก็บของผิดกฎไว้ในที่ที่ใครเห็นได้ในแวบเดียว แต่ถ้าไม่เก็บไว้ในห้องตัวเองก็ไม่สะดวก
ดังนั้นความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ ในห้องต้องมีที่เก็บของซ่อนอยู่สักแห่ง
เขาย่อตัวลง สังเกตพื้นตรงฐานชั้นหนังสืออย่างละเอียด แสงไม่ค่อยดี เขาจึงนอนคว่ำลงกับพื้น หันหน้าไปมองรอยต่อระหว่างพื้นกับฐานชั้นหนังสือ แล้วก็พบรอยขีดข่วนบาง ๆ หลายรอย เป็นร่องรอยที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายของหนักอยู่บ่อยครั้ง
เกือบจะถอดใจอยู่แล้วแท้ ๆ ดูเหมือนโชคจะยังเข้าข้างฉันอยู่จริง ๆ
เขาลุกขึ้นยืน ใช้สองมือจับขอบชั้นหนังสือทั้งสองด้านแล้วดันออกไป
ชั้นหนังสือเลื่อนไปด้านข้างอย่างลื่นไหล เผยให้เห็นตู้เก็บของแบบฝังผนังที่เจาะช่องซ่อนไว้ด้านหลัง
ปีเตอร์อดผิวปากออกมาไม่ได้ แม้เสียงที่เป่าออกมาจะไม่ดังเลยก็ตาม
ตู้เก็บของแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นบนวางขวดยาสีดำหลายสิบขวดเรียงเป็นระเบียบ ขนาดขวดเหมือนกับขวดที่นักเรียนชายคนนั้นถืออยู่ในโกดังไม่มีผิด—“สารเวท” ถ้าถูกตรวจพบว่ามีของพวกนี้อยู่มากมายขนาดนี้ ปีเตอร์คงถูกเขี่ยออกจากเนื้อเรื่องไปก่อนถึงช่วงกลางเรื่องที่เขาลักพาตัวนางเอกเสียอีก
ส่วนชั้นล่างกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มีกล่องเครื่องประดับบุผ้ากำมะหยี่ สิ่งของเครื่องใช้ทำจากทองและเงินหลายชิ้นที่ดูเก่าแก่ รวมถึงเอกสารหลายม้วนซึ่งประทับตราขี้ผึ้งปิดผนึกไว้ ล้วนเป็นของสะสมราคาแพงทั้งนั้น
แล้วยังมีกล่องเหล็กใบใหญ่ด้วย
ปีเตอร์หยิบกล่องเหล็กออกมาแล้วเปิดฝา
ข้างในมีเหรียญทองส่องประกายวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ในประเทศนี้พวกมันเรียกว่า “โล่ทอง” แต่ละเหรียญมีน้ำหนักเต็มมือ ผิวเหรียญสีทองอร่ามประทับตราประจำราชวงศ์ไว้
ปีเตอร์สอดนิ้วลงไปในกองเหรียญ ปล่อยให้พวกมันไหลลอดซอกนิ้วลงมา กระทบกันเกิดเสียงโลหะใสกังวานไพเราะ
“ทรัพย์สินที่ได้มาอย่างไม่ชอบธรรมพวกนี้...” เขายิ้มให้เหรียญโล่ทองอย่างจริงใจ “ปล่อยให้ฉันเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ก็แล้วกัน”
เขามีแผนในใจเรียบร้อยแล้ว
