ทันทีที่เข้าไปในห้องพนักงานรับสายก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะเปิดลำโพงไว้ สวี่ซินอี๋ที่ยังเด็กกำลังฟ้องและบิดเบือน "ความผิด" ของเธอให้ลู่เจ๋อหมิงที่อยู่อีกปลายสายฟัง
ส่วนเสี่ยวชิงที่อยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนจะอดกลั้น แต่กลับแสดงบทบาทของคนที่ยอมทนทุกอย่างเพื่อเห็นแก่ส่วนรวมได้อย่างถึงแก่น
เวินอี้ไม่จำเป็นต้องไปมีปากเสียงกับเสี่ยวชิงและสวี่ซินอี๋ ทันทีที่เธอเข้าไปในห้องพนักงานรับสายก็ตรงไปที่หน้าเครื่องโทรศัพท์ ยื่นมือไปจับหูโทรศัพท์ขึ้นมา
เสี่ยวชิงและสวี่ซินอี๋กำลังแสดงละครตบตาน่าสงสารให้ลู่เจ๋อหมิงในโทรศัพท์ฟัง ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งก็ยื่นมาจับหูโทรศัพท์ขึ้นมา เสียงของพวกเธอก็ขาดหายไปจากโทรศัพท์ทันที
ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างชะงักค้าง หันไปก็เห็นเวินอี้ยืนอยู่ข้างหลังอย่างไม่เกรงใจ
อีกปลายสายหนึ่ง ลู่เจ๋อหมิงกำลังโมโหจนหน้าแดงเพราะเวินอี้เอาการแต่งงานของพวกเขามาดูถูกเสี่ยวชิง แต่ไม่มีที่ระบาย ทันใดนั้นเสียงของเสี่ยวชิงและสวี่ซินอี๋ก็หายไปจากโทรศัพท์ ลู่เจ๋อหมิงอดถามไม่ได้ว่า
"ฮัลโหล... ฮัลโหล..."
"เสี่ยวชิง ซินอี๋... ได้ยินหรือเปล่า"
เวินอี้ฟังเสียงของลู่เจ๋อหมิงที่ลอดมาจากหูฟัง พูดตรงประเด็นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
"ลู่เจ๋อหมิง ฉันเวินอี้เอง!"
ลู่เจ๋อหมิงชะงัก
"...เวินอี้?"
"ลู่เจ๋อหมิง ฟังฉันให้ดี ๆ นี่เป็นคำพูดที่ฉันเคยบอกแม่นายเมื่อวานด้วย นายไม่จำเป็นต้องจงใจหลบหน้าไม่ให้ฉันติดต่อนายได้ ฉันรู้ว่านายไม่มีความรู้สึกอะไรกับฉัน และฉันเองก็ไม่ได้สนใจนายเช่นกัน"
"เป็นลูกผู้ชายตัวจริง ถ้านายรู้สึกผิดต่อเสี่ยวชิงจริง ๆ ก็รีบกลับมาหย่ากับฉันหลังเสร็จศึกเถอะ ต่อไปนายจะแต่งกับเสี่ยวชิงหรือไม่ก็ 'หลี่ชิง' คนไหนก็ไม่เกี่ยวกับฉันทั้งนั้น"
