หลังจากดูการสอบจบการศึกษาของคาคาชิจนจบ อุจิวะเก็นก็ออกจากโรงเรียนมาเดินอยู่บนถนนสายหลักของหมู่บ้านโคโนฮะ มองดูพ่อค้าแม่ค้าริมทางและผู้คนที่สัญจรไปมา
อืม สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คือพวกชาวบ้านโคโนฮะผู้มีเจตนารมณ์แห่งการข่มขวัญพวกนี้นี่แหละ
เหมือนสมองไม่ค่อยมีอะไร ทำไมกล้าพูดจาใส่ใครก็ได้ตามใจปาก พออารมณ์ไม่ดีก็ขว้างปาหินอะไรงั้นอีก
เดินเงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ
ย่านตระกูลอุจิวะ ภายในบ้านของอุจิวะเก็น
อุจิวะเก็นผลักประตูห้องเข้าไป บ้านที่ว่างเปล่าไม่มีความสว่างแม้แต่น้อย เปิดไฟแล้วก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำตรง ๆ
นับตั้งแต่ที่อุจิวะเก็นรับรู้ความทรงจำทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ เขาก็อยู่คนเดียวมาโดยตลอด ได้รับการเลี้ยงดูจากผู้เฒ่าคนหนึ่งในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของตระกูลอุจิวะที่ทางตระกูลจัดเตรียมไว้ให้ ส่วนพ่อแม่น่ะหรือ
ได้ยินว่าเสียชีวิตด้วยกันในระหว่างทำภารกิจ สำหรับเรื่องนี้ อุจิวะเก็นไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
อย่างน้อย พวกเขาก็ทิ้งบ้านที่พอจะยื่นขอใช้ชีวิตอิสระได้เมื่อถึงวัยเรียนเอาไว้ให้
เด็กกำพร้า ในโลกนินจาแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติมาก จะว่าไป สี่คนน่ะก็ยังพอจะประกอบเป็นพ่อแม่ได้คู่หนึ่งล่ะนะ ว่าไหม? ทีม 7
.........
อาบน้ำเสร็จ อุจิวะเก็นก็ขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง นึกถึงการต่อสู้ระหว่างคาคาชิกับนินจาผู้คุมสอบ มุมปากของอุจิวะเก็นก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
โลกนินจานี่มันไม่ปกติจริง ๆ นั่นแหละ แต่โชคดีที่............'
'ลงชื่อเข้ารายงานตัว'
[ติ้ง! ขอแสดงความยินดีได้รับพลังดวงตามาเล็กน้อย]
'เป็นพลังดวงตาอีกแล้ว ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่พวกโคล่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไร้ประโยชน์อะไรแบบนั้น'
ฟังเสียงเอฟเฟกต์ข้อมูลที่ดังขึ้นข้างหู กับความรู้สึกเย็นสบายเล็กน้อยที่แผ่มาจากบริเวณดวงตา อุจิวะเก็นชินชาเสียแล้ว
ระบบลงชื่อเข้ารายงานตัว ก็เหมือนกัน เป็นพลังพิเศษที่อุจิวะเก็นตื่นขึ้นพร้อมกับการรับรู้ความทรงจำในปีที่อายุครบสามขวบนี่แหละ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย แค่สามารถลงชื่อเข้ารายงานตัวตอนหกโมงเย็นของทุกวันเพื่อรับของบางอย่างเท่านั้นเอง
ของที่ได้จากการลงชื่อแบบนี้ อาจเป็นการเพิ่มชาคระหรือพลังดวงตา หรืออาจเป็นสิ่งของบางอย่าง ก็เหมือนกัน อาจเป็นความสามารถบางอย่างด้วย ส่วนว่าสองปีมานี้ อุจิวะเก็นลงชื่อได้อะไรมาบ้าง.............
'เปิดแผงสถานะ'
อุจิวะเก็นยกมือขึ้นแล้วนึกในใจ แผงสถานะข้อมูลโปร่งใสที่มองเห็นได้แค่เพียงอุจิวะเก็นคนเดียวก็กางออกมา
[ผู้เป็นนาย: อุจิวะเก็น]
[เพศ: ชาย]
[อายุ: 5 ปี]
[สถานะ: ลูกหม่าตระกูลอุจิวะแห่งโคโนฮะ]
[ศักยภาพ: ยังไม่ทราบในตอนนี้]
[พรสวรรค์พิเศษ: แชริ่งกันหนึ่งหยดน้ำตา]
[ความสามารถ: อาวุธสีติดกาย, ประสาทสัมผัสที่เจ็ด - วิชาควบคุมไฟ]
[สิ่งของ: ดาบปีศาจพันคม, โทเทมอมตะ, โคล่าจำนวน 43 ขวด, บะหมี่เนื้อวัวหมักเปรี้ยวซุปเปอร์หม่าล่าของคังซือฟู่ จำนวน 113 ห่อ, สไปรท์ จำนวน 1 ขวด, อื่น ๆ อีกเล็กน้อย]
'มองแบบนี้แล้ว ฉันเองก็ค่อนข้างมืดเหมือนกันนะเนี่ย'
.................................
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องมาถึงหน้าต่างบ้านของอุจิวะเก็น อุจิวะเก็นที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกจากบ้านไปได้สักพักใหญ่แล้ว
ส่วนสาเหตุที่ออกจากบ้านแต่เช้าขนาดนี้..............
เสียงกระดิ่งเรียนดังขึ้นแล้ว ซารุโทบิ อิจิโนะ อาจารย์ประจำห้อง เอ ก็เริ่มเรียกชื่อนักเรียนแล้ว
แต่แล้ว ในตอนนั้นเอง ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งใส่แว่นตากันลม สวมเสื้อผ้าสีน้ำเงินที่ประทับตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลอุจิวะ ผลักประตูห้องเรียนเปิดออก ยืนหายใจหอบอยู่ที่หน้าประตู
"เฮ้อ... ขอโทษครับ! อาจารย์อิจิโนะ ผมมาสาย!"
คนที่มา ก็คือ อุจิวะโอบิโตะ ผู้ที่ในอนาคตต้องการสร้างโลกที่มีรินอยู่ให้ได้นั่นเอง
สำหรับเด็กหนุ่มที่อยู่หน้าประตู ซารุโทบิ อิจิโนะสีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย แค่ยกมือขึ้นลูบหน้าผากเบา ๆ
"ว่าไปสิ วันนี้มาสายเพราะอะไร"
ซารุโทบิ อิจิโนะ ที่ชินกับเรื่องที่อุจิวะโอบิโตะจะมาสายเป็นประจำจนหมดแล้ว มีความอดทนอย่างเต็มเปี่ยมต่ออุจิวะโอบิโตะ
ยังไงซะ ก็ต้องเผชิญหน้ากับเด็กมีปัญหาคนนี้ ถ้าไม่มีความอดทนก็ง่ายที่จะโกรธจนป่วยเอาได้ง่าย ๆ
"ผม..........วันนี้ระหว่างทางมาโรงเรียนผมเจอคุณยายคนหนึ่ง เห็นเธอแบกห่อของใหญ่ ๆ ดูลำบากมาก ผมก็เลยช่วยเธอเอาของส่งกลับบ้าน แล้วก็...ก็เลยมาสาย"
พูดจบ อุจิวะโอบิโตะก็เกาหัวอย่างเขินอายเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น
"อืม นี่เป็นครั้งที่ยี่สิบแปดแล้วที่เธอใช้ข้ออ้างเรื่องช่วยคนขนของน่ะ เยี่ยม อย่างน้อยก็ไม่ใช่ข้ออ้างพิลึกพิลั่นอย่าง 'โดนแมวดำขวางทาง' ที่ใช้มาเกือบร้อยครั้งแล้วแบบนั้น กลับไปนั่งที่ได้แล้ว"
ซารุโทบิ อิจิโนะพูดจบก็พยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้ตำหนิอุจิวะโอบิโตะอะไรมากมาย แต่ยื่นมือออกไปชี้ไปที่โต๊ะเรียนด้วยท่าทีสงบนิ่งเป็นอย่างมาก เพื่อส่งสัญญาณให้อุจิวะโอบิโตะกลับไปนั่งที่ให้เรียบร้อย
ถ้านักเรียนคนหนึ่งมาสายเป็นครั้งแรก ฐานะครูอาจจะโกรธแล้วตักเตือนว่าอย่าทำอีก แต่ถ้านักเรียนคนหนึ่งสามารถมาสายได้ตลอด และทุกครั้งก็เป็นเพราะเหตุผลแปลก ๆ แต่ที่จริงแล้วเป็นเรื่องจริงเกิดขึ้นมาจริง ๆ ละก็............
ครูคนนั้นก็จะเริ่มคิดว่า ไอ้คนนี้อะ มันดูมีอะไรพิลึกพิลั่นหรือเปล่านะ
ยังไงซะ ตระกูลอุจิวะก็ค่อนข้างจะมีความพิลึกพิลั่นอยู่จริง ๆ นั่นแหละ
"ครับ!"
อุจิวะโอบิโตะพูดจบก็เหมือนได้รับอภัยทาน รีบก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องเรียนอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ อุจิวะเก็นทันที
................
"นายออกจากบ้านมาตอนเช้าทำไมไม่เรียกฉันด้วยล่ะ นี่กลับไปเองคนเดียวอีกแล้วนะ"
อุจิวะโอบิโตะเพิ่งจะนั่งลงที่ของตัวเองได้ เสียงเบา ๆ ก็ดังขึ้นข้างหูของอุจิวะเก็น
อุจิวะเก็นที่กำลังรู้สึกเบื่อหน่ายเลยวาดรูป 7+2 เท่ากับหนูลงในแบบฝึกหัด พอได้ยินดังนั้น ปลายปากกาก็หยุดนิ่งอยู่บนแบบฝึกหัด เงยหน้าขึ้นมองอุจิวะโอบิโตะด้วยสายตาเรียบเฉย
"เพราะว่า ฉันไม่อยากมาสายพร้อมกับนายไง"
อุจิวะเก็นกับอุจิวะโอบิโตะเป็นคนตระกูลเดียวกันและอยู่ห้องเดียวกัน ก็ย่อมรู้จักกันอยู่แล้ว แต่ถึงจะรู้จักกัน อุจิวะเก็นก็ไม่อยากยุ่งกับอุจิวะโอบิโตะมากเกินไป จะว่าไปก็ไม่ใช่เพราะกลัวอุจิวะมาดาระที่แอบอยู่เบื้องหลังนี่หรอก แค่อุจิวะเก็นรู้สึกว่าอุจิวะโอบิโตะน่ะน่ารำคาญจริง ๆ เท่านั้นเอง
เพียงแต่ ทนไม่ไหวที่อุจิวะโอบิโตะคนนี้มันเข้ากับคนง่ายเกินไปหน่อย
ส่วนประโยคที่อุจิวะโอบิโตะพูดว่าไม่เรียกเขาไปโรงเรียนด้วยกัน ก็เพราะว่าบ้านของทั้งสองคนอยู่ห่างกันไม่ถึงสิบเมตร
"นั่นมันก็........โอ๊ย!"
"อุจิวะโอบิโตะ!!"
ยังไม่ทันที่อุจิวะโอบิโตะจะพูดต่อ ก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมาพร้อมกับชอล์กแท่งหนึ่งที่พุ่งตรงมาโดนหน้าผากของอุจิวะโอบิโตะที่กำลังนั่งก้มหน้าซบโต๊ะกระซิบกับอุจิวะเก็นเสียงเบา ๆ พอดี
ความเจ็บปวดที่หน้าผากแล่นเข้ามา ทำให้อุจิวะโอบิโตะที่กำลังนั่งซบหน้าอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน และก็ได้สบตากับซารุโทบิ อิจิโนะที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ 'สบตากันอย่างลึกซึ้ง' พอดี
"ขอโทษครับ อาจารย์อิจิโนะ! ผมจะเงียบเดี๋ยวนี้"
รู้ตัวว่าตนเองแอบคุยข้าง ๆ ถูกจับได้ อุจิวะโอบิโตะก็รีบก้มหัวขอโทษเสียงดัง และแล้ว ทั่วทั้งห้องเรียนก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
มองดูท่าทางที่ 'ฉันจะซื่อสัตย์จริง ๆ นะ' ของอุจิวะโอบิโตะ อุจิวะเก็นก็อดรู้สึกอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ว่า เจ้าของ[คามุย]คนนี้ ในโลกนินจาแบบนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้างนะ
