ใบหน้าของเจียงอินค่อย ๆ แดงขึ้นทีละน้อยอย่างเห็นได้ชัดใต้แสงตะเกียงน้ำมันอันสว่างไสว
จนกระทั่งใบหูแดงก่ำราวกับจะมีเลือดหยดออกมา
นางข่มความเขินอายแล้วจ้องฉู่หวยเฉิน ก่อนจะเห็นว่าพวงแก้มของเขาก็แต่งแต้มด้วยสีแดงจาง ๆ เช่นกัน
เจียงอินรู้สึกราวกับในหัวกำลังจุดดอกไม้ไฟ เสียงดังปัง ๆ จนนางว้าวุ่น
อ้อ ที่แท้ไม่ใช่ดอกไม้ไฟ แต่เป็นหัวใจของนางที่เต้นแรงแทบระเบิดต่างหาก~
คำตอบของหญิงสาวคือโผเข้ากอดพี่ชายแน่น แล้วประทับริมฝีปากลงไป
จุ๊บ ๆ ราวกับลูกเจี๊ยบจิกกินข้าวเปลือกอยู่หลายครั้ง
“จริงหรือ? พี่ชายจะแต่งงานกับข้าจริง ๆ หรือ?”
ริมฝีปากแดงระเรื่อจุมพิตดวงตางดงาม สันจมูกโด่ง และริมฝีปากชุ่มฉ่ำของพี่ชาย
“ข้าดีใจเหลือเกิน ข้าจะแต่งกับพี่ใหญ่...อยู่กับพี่ใหญ่ตลอดไป พี่ใหญ่เป็นของข้า...”
ฉู่หวยเฉินอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ แววตาอ่อนใจระคนเอ็นดูทอดมองใบหน้าอันงดงามของน้องสาว
เดิมทีเจียงอินนั่งตะแคงอยู่บนตักพี่ใหญ่ ยามนี้นางดีใจจนแกว่งขาไปมา แทบอยากลงไปกระโดดโลดเต้น
ฉู่หวยเฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างไม่แสดงอาการ ก่อนยื่นมือไปตีก้นซุกซนเบา ๆ
“อืม พี่ชายจะเป็นของเจ้าตลอดไป...เด็กดี อย่าขยับได้หรือไม่?”
เจียงอินนึกว่าตนโตขึ้นแล้วมีน้ำหนักมาก จนทำให้พี่ใหญ่นั่งเจ็บ จึงรีบจะลุกขึ้น
ในหัวของนางมีแต่เรื่องที่พี่ใหญ่จะแต่งนางเป็นภรรยา
นางตื่นเต้นจนพูดจ้อ อยากถามเรื่องนี้เรื่องนั้นไม่หยุด
แต่เพิ่งลุกขึ้นได้ครู่เดียว เอวก็ถูกบุรุษกดลงมา น้ำเสียงของเขาต่ำลงอย่างไร้สาเหตุ
“นั่งเช่นนี้แหละ หากอึดอัดค่อยขยับ”
เจียงอินเชื่อฟังแล้วขานรับเบา ๆ ว่า “อ้อ~”
ชั่วขณะถัดมา คางของนางก็ถูกเชยขึ้นอีกครั้ง
ฉู่หวยเฉินเพียงแตะริมฝีปากที่เฝ้าคะนึงหามานานอย่างยับยั้งชั่งใจ
“อินอิน ทุกอย่างมีพี่อยู่ทั้งคน ไม่ว่าในอดีตหรือวันหน้า ชีวิตของเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลง”
