เหยียนเฉินรู้จักนิสัยคุณปู่ดีพอ ๆ กับที่รู้จักเหยียนซิว
คุณปู่เป็นคนใจแคบและดื้อรั้น หากเหยียนซิวยอมรับบริษัทของตาจริง ๆ เขาคงบาดหมางกับคุณปู่แน่นอน
ตอนนี้เหยียนซิวยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากคุณปู่ ย่อมไม่อาจไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย
เพราะอย่างนั้นตั้งแต่แรกเขาถึงคิดจะปิดเรื่องนี้จากคุณปู่
แต่ตอนนี้คุณปู่รู้เรื่องแล้ว เขาจึงจำเป็นต้องเลือก
จะยอมทิ้งมรดกของตาเพื่อเอาใจคุณปู่ หรือจะทำให้คุณปู่โกรธเพื่อรักษามรดกเอาไว้
ที่จริงสำหรับเขาแล้วเลือกไม่ยาก แค่ดูว่าทางไหนเป็นประโยชน์กับเขามากกว่าก็พอ
แต่เดิมสิ่งที่สามารถได้มาทั้งสองอย่าง ตอนนี้กลับต้องสละอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคงอึดอัดใจแค่ไหน
เหยียนเฉินพอเดาได้ว่าเหยียนซิวจะเลือกอย่างไร
บริษัทของตาเหยียนซิวยังมีขนาดไม่ใหญ่พอ จะช่วยเขาได้ไม่มากนัก
ส่วนการทำให้คุณปู่โกรธ ไม่เพียงจะหมดโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากท่านต่อไป เกรงว่าอาจถูกคุณปู่ที่กำลังเดือดดาลกดดันอีกด้วย
เหยียนซิวรีบร้อนวิ่งกลับมาตอนนี้ ก็พอจะบอกได้แล้วว่าเขาเลือกทางไหน
แต่ถึงจะเลือกแล้ว ในใจเขาคงยังรู้สึกขุ่นเคืองคุณปู่บ้าง อย่างไรเสียก็เติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูของคุณปู่ ใจคอเขาก็คงไม่กว้างนักเช่นกัน
คุณปู่กับเหยียนซิวไม่ใช่รักใคร่ผูกพันกันลึกซึ้งหรอกหรือ?
เหยียนเฉินอยากเห็นนักว่าพวกเขาจะรักใคร่กันได้ลึกซึ้งแค่ไหน
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีก คราวนี้เป็นสายเรียกเข้า
เหยียนเฉินเหลือบมองแล้วเอ่ยว่า “ผมขอรับสายก่อนนะครับ”
คุณนายเหยียนเข้าใจทันที “อวิ๋นชิงใช่ไหม? เอาละ ขึ้นไปข้างบนเถอะ ไม่ต้องสนใจพวกเราหรอก”