ระบบเงียบกริบไม่พูดอะไรสักคำ อวิ๋นชิงคิดเอาเองว่าเจอคำอธิบายที่สมเหตุสมผลแล้ว จึงผ่อนคลายลงทั้งตัว
ในเมื่อเหยียนเฉินทำไปเพื่อแก้แค้นเธอ ไม่ช้าก็เร็วเธอก็คงต้องเดินตามเส้นทางของนางร้าย
ตอนนี้แค่เบี่ยงเบนไปชั่วคราวนิดหน่อย คงไม่เป็นไรหรอก
หลายวันต่อจากนั้น อวิ๋นชิงยังคงส่งข้อความและโทรหาเหยียนเฉินไม่หยุด แต่เขากลับไม่เคยเป็นฝ่ายติดต่อเธอก่อนอีกเลย
จนกระทั่งค่ำวันหนึ่ง อวิ๋นชิงหลับไปแล้ว เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน
เธอยื่นแขนออกมาจากผ้าห่มอย่างสะลึมสะลือ ควานหาบนโต๊ะข้างเตียงอยู่พักหนึ่ง พอหยิบโทรศัพท์ได้ก็หดกลับเข้าไปในผ้าห่มอีกครั้ง
เธอหรี่ตา มองไม่ชัดว่าใครโทรมา จึงกดรับสายทั้งที่ยังงัวเงีย “ฮัลโหล...”
ปลายสายไม่มีใครพูด มีเพียงเสียงลมพัดหวิว ๆ และเสียงนั้นก็กล่อมอวิ๋นชิงที่ยังไม่ตื่นเต็มตาให้เคลิ้มหลับไป
ขณะที่เธอกำลังจะจมสู่ห้วงนิทรา จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่น “ปัง!” ดังมาจากโทรศัพท์ ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นนั่งทันที
เธอมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง พอเริ่มตื่นขึ้นมาบ้างก็รีบมองหาโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างหมอน
สายยังไม่ถูกตัด ผู้โทรคือเหยียนเฉิน
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ได้ยินเพียงเสียงอึกทึกวุ่นวายจากปลายสาย
เมื่อนึกถึงเสียงดังสนั่นเมื่อครู่ อวิ๋นชิงก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย “เหยียนเฉิน...”
ปลายสายไม่มีเสียงตอบ อวิ๋นชิงเรียกอีกสองครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
ท่ามกลางเสียงวุ่นวายจากโทรศัพท์ มีเสียงแว่วมาเป็นคำ ๆ ว่า “อุบัติเหตุรถยนต์” “เลือดเต็มไปหมด”