“สุขภาพของอวิ๋นชิงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจริง ๆ แต่ถ้าปกติควบคุมอารมณ์ให้คงที่ ไม่ถูกกระตุ้น ไม่ออกกำลังกายหนัก และพักผ่อนให้ดี หากไม่กำเริบขึ้นมา ก็จะไม่มีปัญหาใหญ่อะไร”
สุดท้ายคุณนายเสิ่นก็ให้ช่องทางติดต่อของแพทย์เจ้าของไข้แก่ฟู่สือเหิง ก่อนจะตบไหล่เขาอย่างเอ็นดูแล้วกล่าวว่า “ไปทำธุระเถอะ ฉันกลับห้องพักเองได้ ดูแลอวิ๋นชิงให้ดีนะ”
หลังคุณนายเสิ่นเดินจากไป ฟู่สือเหิงกำลังจะก้าวออกไป จู่ ๆ ก็มีคนวิ่งเร็วรี่เข้ามาขวางเขาจากด้านหลัง
“คุณฟู่...”
เมื่อเห็นว่าคนที่ขวางทางคือหร่วนเว่ยเว่ย สีหน้าของฟู่สือเหิงก็พลันมืดครึ้มลง
แม้เขาจะเมาจนจำอะไรไม่ได้ และลืมเรื่องที่หร่วนเว่ยเว่ยคิดปลอมตัวเป็นอวิ๋นชิงเพื่อพาเขาไป แต่เรื่องที่ก่อนหน้านี้อวิ๋นชิงถูกเธอยั่วโมโหจนป่วยกำเริบ เขายังคงติดใจไม่หาย
หร่วนเว่ยเว่ยมองสีหน้าเขาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญแล้ว “คุณฟู่ ฉันได้ยินบทสนทนาระหว่างคุณกับคุณนายเสิ่นค่ะ”
เดิมทีหร่วนเว่ยเว่ยไม่รู้จักคุณนายเสิ่น แต่เธอได้ยินฟู่สือเหิงเรียกอีกฝ่ายว่าคุณน้าเสิ่น ประกอบกับใบหน้าของอวิ๋นชิงมีส่วนคล้ายคุณนายเสิ่นอยู่บ้าง และน้ำเสียงที่คุณนายเสิ่นใช้พูดถึงอวิ๋นชิง ทำให้เธอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคือแม่ของอวิ๋นชิง
หร่วนเว่ยเว่ยรออยู่ครู่หนึ่ง แต่ฟู่สือเหิงก็ไม่พูดอะไร สายตาที่เขาเหลือบมองมาอย่างเฉื่อยชา กลับทำให้เธอรู้สึกหนาวเยือกและถูกกดดันอย่างหนัก
หร่วนเว่ยเว่ยก้มหน้าลงอย่างหวาด ๆ เม้มริมฝีปาก ก่อนจะรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยว่า “คุณหนูเสิ่นสุขภาพไม่ดี ไม่สามารถมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคุณได้ ฉัน...ฉันเป็นตัวแทนของเธอก็ได้นะคะ”