เรื่องที่พ่อของอวิ๋นชิงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฟู่สือเหิงยังคงปิดบังเธอไว้อย่างมิดชิด ไม่กล้าบอกให้รู้
แต่ตัวเขาเองก็หาเวลาไปเยี่ยมโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง
อาการของเสิ่นซีฉินไม่ค่อยดีนัก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น
เขาอดกังวลไม่ได้ หากอีกฝ่ายไม่ฟื้นขึ้นมาเสียทีจะทำอย่างไร?
ถ้าอวิ๋นชิงรู้เข้า ก็ไม่รู้ว่าจะได้รับความกระทบกระเทือนใจมากแค่ไหน
พอดีเมื่อคืนอวิ๋นชิงนอนไม่ค่อยหลับ กินอาหารเช้าเสร็จก็กลับไปนอนต่อ ฟู่สือเหิงจึงตรงไปโรงพยาบาลทันที
ตอนที่ไปถึง เขาเห็นคุณนายเสิ่นวิ่งออกมาจากห้องพักผู้ป่วยอย่างลนลานพอดี ใจพลันกระตุกวูบ รีบเข้าไปประคองคุณนายเสิ่นที่เกือบล้ม แล้วถามว่า
“คุณน้าเสิ่น เกิดอะไรขึ้นครับ?”
คุณนายเสิ่นอารมณ์พลุ่งพล่านจนเสียงสั่นเครือ “ฟื้น...ฟื้นแล้ว สือเหิง คุณอาเสิ่นฟื้นแล้ว!”
หลังจากวุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ แพทย์ก็ยืนยันว่าเสิ่นซีฉินไม่มีปัญหาร้ายแรงแล้ว
เพียงแต่เขาเพิ่งฟื้น ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี จึงต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลต่ออีกระยะหนึ่ง
ตลอดช่วงเวลานี้ คุณนายเสิ่นเครียดจนแทบขาดใจ พอได้ผ่อนลมหายใจออกมาในคราวเดียว ความยินดีที่เอ่อล้นทำให้ร้องไห้ออกมา จากนั้นก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัว
ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะพอเรียกแรงกลับมาได้บ้าง
เมื่อเห็นว่าเสิ่นซีฉินหลับไปแล้ว คุณนายเสิ่นจึงให้ผู้ดูแลคอยดูแลเขาก่อน แล้วหันไปชวนฟู่สือเหิงว่า “สือเหิง ไปเดินเล่นข้างล่างเป็นเพื่อนน้าเถอะ”
เมื่อเดินอยู่ในสวนของโรงพยาบาล คุณนายเสิ่นก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว