ฉินเหยียนมาเยี่ยมเสิ่นซีฉิน อย่างไรเสียตระกูลฉินกับตระกูลเสิ่นก็มีมิตรไมตรีต่อกันไม่น้อย
ที่จริงมีคนไม่น้อยที่จับตาดูอาการของเสิ่นซีฉิน ตระกูลเสิ่นมีสมาชิกเหลืออยู่ไม่มาก ต้องพึ่งเสิ่นซีฉินค้ำจุนทั้งตระกูล
หากเสิ่นซีฉินเป็นอะไรไป ตระกูลเสิ่นคงต้องเกิดปัญหาแน่
มีคนมากมายอยากฉวยโอกาสแบ่งผลประโยชน์
ตอนนี้เสิ่นซีฉินหมดสติมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว มีโอกาสสูงว่าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก
ที่ตระกูลเสิ่นยังสงบเรียบร้อยได้ ก็เพราะฟู่สือเหิงไปที่นั่นครั้งหนึ่ง
ท่าทีของฟู่สือเหิงทำให้คนที่จับจ้องตระกูลเสิ่นต่างพากันหวั่นเกรง จึงได้แต่ลังเลและเฝ้าดูสถานการณ์ไปก่อน
ฉินเหยียนรู้เรื่องมากกว่านั้น เขารู้ว่าฟู่สือเหิงกับอวิ๋นชิงตกลงคบหากันเป็นแฟนแล้ว
เมื่อคืนฟู่สือเหิงเมาแล้วอาละวาด บอกว่าเขาเพิ่งชอบอวิ๋นชิงหลังจากเธอกลับประเทศ ไม่ได้คิดถึงเธอไม่เสื่อมคลายมาตลอดอย่างที่ฉินเหยียนเคยเข้าใจ
แต่จู่ ๆ ฉินเหยียนก็พบว่าฟู่สือเหิงจริงจังกับความรักมาก
แต่ก่อนเขายังไม่แน่ใจว่าฟู่สือเหิงคิดอย่างไรกับตระกูลเสิ่น ทว่าตอนนี้เขาคิดแล้วว่า หากตระกูลเสิ่นเกิดเรื่อง ฟู่สือเหิงคงไม่ยืนดูเฉย ๆ แน่
ด้วยวิธีการของฟู่สือเหิง คนที่กล้าหมายปองตระกูลเสิ่นคงต้องเจ็บหนัก
ฉินเหยียนดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แต่ที่จริงฉลาดหลักแหลม รู้ดีว่าทำอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองที่สุด
เพราะอย่างนี้ เขาถึงรีบมาเยี่ยมเสิ่นซีฉินทันที
นี่ก็เป็นการแสดงจุดยืนของตระกูลฉินด้วย
ตระกูลฉินตัดสินใจยื่นมือช่วยในยามลำบาก ไม่ใช่ซ้ำเติมตอนอีกฝ่ายตกต่ำ