จริงสิ! พอตัวแทนโผล่มาตรงหน้า เธอก็ควรจะถูกกระทบกระเทือนจิตใจสักหน่อยถึงจะถูก!
ในเนื้อเรื่องเดิม เสิ่นอวิ๋นชิงถูกกระทบกระเทือนจนเป็นลมและเข้าโรงพยาบาล แต่ตอนนั้นเธอบังเอิญเห็นฟู่สือเหิงกับหร่วนเว่ยเว่ยกำลังพัวพันจูบกัน
แล้วสถานการณ์ตอนนี้ล่ะ เธอควรเป็นลมดีไหม?
ยังไม่ทันคิดหาคำตอบ ฟู่สือเหิงก็พูดขึ้นอีกว่า “ผมว่าพวกคุณไม่ได้เหมือนกันนะ แต่ฉินเหยียนกับคนอื่น ๆ กลับบอกว่าเลขาฯ หร่วนหน้าตาคล้ายคุณ แถมยังพูดเรื่องตัวแทนอะไรนั่นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คุณว่าพวกเขาสมองมีปัญหาหรือเปล่า?”
อวิ๋นชิง: …นี่พูดกับหญิงสาวในดวงใจตรง ๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอ?
เชื่อไหมว่าฉันจะร้องไห้ให้ดู!
อวิ๋นชิงมองหร่วนเว่ยเว่ยแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองฟู่สือเหิง น้ำตาก็ไหลพรากออกมาทันที
เธอไม่ส่งเสียงสักแอะ ปล่อยให้น้ำตาหยดแหมะ ๆ ลงมา ฟู่สือเหิงตกใจ รีบลนลานปลอบเธอทันที
“อย่าร้องเลย ฉินเหยียนกับคนอื่น ๆ แค่พูดจาเหลวไหล เดี๋ยวผมจับพวกเขามาซ้อมสักยกดีไหม?”
อวิ๋นชิงมองเขาด้วยดวงตาเปียกชื้น สะอื้นถามว่า “พี่สือเหิงชอบเธอหรือเปล่า?”
ฟู่สือเหิงรีบปฏิเสธ “ไม่เลย ไม่เลย ผมจะไปชอบเธอได้ยังไง ผมกับเลขาฯ หร่วนแค่เกี่ยวข้องกันเรื่องงาน แทบไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำ ใช่ไหม เลขาฯ หร่วน?”
พูดจบเขาก็หันไปมองหร่วนเว่ยเว่ย อยากให้เธอช่วยอธิบายสักหน่อย
แต่กลับเห็นหร่วนเว่ยเว่ยหน้าซีดเผือด มองเขาด้วยแววตาเศร้าสร้อย น้ำตาไหลอาบแก้ม
ฟู่สือเหิง: !!!
นี่มันอะไรกัน?
หร่วนเว่ยเว่ยเอาแต่มองฟู่สือเหิง พอเห็นว่าเขาหันมามองเธอแล้วขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดไม่พอใจ แตกต่างจากความอ่อนโยนเอาอกเอาใจที่มีต่ออวิ๋นชิงอย่างสิ้นเชิง