เมื่อเห็นว่าเขารู้ความขนาดนี้ ในที่สุดอวิ๋นชิงก็หายโกรธ เธอมองรอยฟันบนไหล่เขาอีกครั้ง ก่อนจะโน้มตัวไปจูบเบา ๆ
ซ่งเยี่ยนหลินโอบแขนรอบตัวเธอแน่นขึ้นในทันที แววตาเปลี่ยนไป “อย่ามาแกล้งกันสิ ผมไม่ถือหรอกถ้าคุณจะกัดอีกสักคำ แต่คุณ...”
อวิ๋นชิงรีบพูดแทรก “ฉันถือ!”
เธอจึงยอมสงบเสงี่ยมแต่โดยดี
ซ่งเยี่ยนหลินจูบเส้นผมของเธอ ก่อนถามอย่างลังเล “ชิงชิง คุณจำฉือชางได้ไหม?”
อวิ๋นชิงมองเขาอย่างสงสัย “ใครเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าเธอลืมไปหมดแล้ว ซ่งเยี่ยนหลินก็ไม่อยากหาเรื่องให้เธอกลุ้มใจเพิ่ม “ไม่ใช่คนสำคัญอะไร ลืมไปก็แล้วกัน”
อวิ๋นชิงผุดลุกขึ้นนั่งทันที แต่แล้วก็รู้สึกปวดเอว จึงเอนกลับไปซบอ้อมแขนเขา ขมวดคิ้วพูดว่า “แต่พอคุณพูดแบบนี้ ฉันกลับรู้สึกว่าเขาสำคัญมากเลยนะ”
ซ่งเยี่ยนหลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างไม่แน่ใจ “ผมคิดว่า...บางทีคนนั้นอาจเป็นผมเอง?”
ถึงอย่างไรภรรยาของเขาก็เรียกชื่อผู้ชายคนอื่นตอนอยู่บนเตียง แต่เขากลับไม่โกรธเลย มันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ยิ่งไปกว่านั้น อารมณ์ของเขาในตอนนั้น...
แม้ตอนนี้จะนึกความรู้สึกในชั่วขณะนั้นกลับมาไม่ค่อยได้ แต่ความปรารถนาอันรุนแรงและความรู้สึกที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ในตอนที่ทั้งสองแนบชิดกันจนแทบขาดใจนั้นเป็นเรื่องจริง
ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังพอมีสติอยู่บ้าง ตอนนี้อวิ๋นชิงคงไม่หายโกรธง่าย ๆ แบบนี้
อีกทั้งเขามั่นใจมากว่าความรู้สึกนั้นเกิดจากความรัก ไม่ใช่อารมณ์ด้านลบอย่างอื่น
อวิ๋นชิง:???
【อะไรเนี่ย? คุณกลายเป็นคนอื่นไปแล้วเหรอ?】
ซ่งเยี่ยนหลินครุ่นคิดก่อนเอ่ยว่า “ในเมื่อผมอ่านใจได้แล้ว มีเรื่องชาติก่อนชาตินี้ขึ้นมาก็คงสมเหตุสมผลใช่ไหม? ชาติที่แล้วเราต้องรักกันมากแน่ ๆ”