“น้องสาวเกรงใจกันเกินไปแล้ว หวังว่าวันหน้าน้องจะได้แต่งกับบุรุษดี ๆ อย่างซื่อจื่อจ้าวเหมือนพี่นะ” อันหนิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
หลี่ชิงเยว่พลันพูดไม่ออก การแต่งงานกับตระกูลจ้าวนี้ดูหรูหรามีหน้ามีตาก็จริง แต่เบื้องหลังกลับยุ่งเหยิงไปหมด
หลี่ชิงเยว่รู้ดีว่ามารดาจงใจทำเช่นนี้ ตัวนางเองก็เคยสะใจอยู่ตั้งนาน
เพราะฉะนั้นคำพูดของอันหนิงในตอนนี้จึงฟังคล้ายคำสาป นางยังโต้แย้งไม่ได้เสียด้วย เพราะงานแต่งนี้เป็นมารดาของนางจัดการเอง
“คุณหนู เจ้าบ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ” ซูฉีเดินเข้ามาได้จังหวะพอดี ตัดบทการปะทะคารมของสองพี่น้อง
ในลานเรือน น้องชายหลายคนของอันหนิงแค่ขวางไว้พอเป็นพิธีเท่านั้น อย่างไรเสีย นางก็ไม่ใช่พี่สาวแท้ ๆ ที่เกิดจากมารดาคนเดียวกัน จะขวางไปเพื่ออะไร
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาต่างรู้ดีว่าการแต่งงานกับจวนโหวเจิ้นหนานเป็นเช่นไร สำหรับพี่สาวคนโตร่วมบิดาผู้นี้ พวกเขาไม่เหลือความหวังแล้ว
จ้าวเหวินกวงมาถึงหน้าห้องหอได้อย่างง่ายดาย อันหนิงเดินออกมาช้า ๆ โดยมีแม่สื่อและซูฉีคอยประคอง มือถือพัดกลมบังหน้า
เมื่อเห็นอันหนิงออกมา จ้าวเหวินกวงก็ประสานมือคำนับ “คารวะฮูหยิน” ทว่าใบหน้ากลับไร้รอยยิ้มแม้แต่น้อย เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง
อันหนิงคำนับตอบ “สามี” ก่อนเงยหน้าขึ้นตอนลุก แล้วมองจ้าวเหวินกวงแวบหนึ่ง หน้าตาก็ดูดีอยู่หรอก เสียแต่ว่าประพฤติตัวไม่สมกับเป็นคน
บ่าวไพร่ห้อมล้อมคู่บ่าวสาวมุ่งหน้าไปยังเรือนด้านหน้า ณ โถงใหญ่ อันหนิงได้พบกับบิดาแท้ ๆ และแม่เลี้ยงของร่างนี้เป็นครั้งแรก
