ผ่านไปครู่ใหญ่ จ้าวเหวินกวงจึงเอ่ยเสียงเย็นชา “หวังว่าต่อไปเจ้าจะรู้จักวางตัว อย่าเอานิสัยเสีย ๆ จากบ้านเดิมของเจ้ามาที่จวนโหว”
“อีกอย่าง อวี่โหรวเป็นคนอ่อนโยนมีเมตตามาแต่ไหนแต่ไร เจ้าอย่าได้รังแกนาง”
จ้าวเหวินกวงพูดจบก็คิดจะเดินจากไป อันหนิงรีบเรียกเขาไว้ “ท่านพี่ โปรดรอก่อน”
อันหนิงไม่สนพิธีรีตองแล้ว ลุกขึ้นจากเตียงมงคลทันที
ตามธรรมเนียมแล้ว สามีต้องอ่านบทกลอนเปิดพัดก่อน ทั้งสองจึงจะได้พบหน้ากันอย่างเปิดเผย แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังจะไป อันหนิงจะยังมัวสนใจบทกลอนเปิดพัดได้อย่างไร
จ้าวเหวินกวงทำหน้าไม่เต็มใจ “เจ้ายังมีธุระอันใดอีก?”
อันหนิงเดินไปที่โต๊ะ ยกจอกสุรามงคลสองใบขึ้นมา ก่อนเดินตรงไปหาเขา “ข้ารู้ว่าท่านพี่กับน้องอวี่โหรวผูกพันกันลึกซึ้ง”
“ข้าไม่กล้าขออะไรจากท่านพี่มากมาย อย่างไรวันนี้ก็เป็นคืนแต่งงานของข้า ท่านพี่ดื่มสุราประสานจอกกับข้าสักหน่อยเถิด ถือว่าได้ทำพิธีให้ครบถ้วน”
“ต่อจากนี้ข้าจะรู้จักวางตัว ทำหน้าที่ฮูหยินซื่อจื่อให้ดี ข้ารู้ว่าท่านพี่ไม่ชอบข้า”
“ข้าไม่เรียกร้องอะไร ขอเพียงมีเรือนเล็ก ๆ สักแห่งให้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ข้าก็พอใจแล้ว”
เมื่อเห็นอันหนิงพูดด้วยสีหน้าจริงใจ จ้าวเหวินกวงก็อดหวั่นไหวไม่ได้ น้ำเสียงจึงอ่อนลงเล็กน้อย “หากเจ้าทำตัวรู้จักวางตัวอย่างที่พูด จวนโหวเจิ้นหนานย่อมไม่เอาเปรียบเจ้า”
อันหนิงเอ่ยเสียงนุ่ม “ชิงฮวนจะจดจำไว้เจ้าค่ะ ท่านพี่?”
จ้าวเหวินกวงมองจอกสุราที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ก่อนรับไปอย่างไม่ลังเล แล้วยกดื่มจนหมดในรวดเดียว
