คิดจะเสแสร้งทำเป็นเมตตาไปทำไมกัน? แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่อันหนิงก็ยังหน้าแดงระเรื่อ เอ่ยว่า “นี่เป็นสิ่งที่หนงอวี้สมควรทำอยู่แล้ว ท่านแม่วางใจเถิด หนงอวี้รู้กฎดี”
“ดี ไม่เสียแรงที่เป็นเด็กดีของแม่ รู้กฎก็ดีแล้ว” แม่เล้าส่งสายตาไปทางหญิงชรา ครั้นเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้า น้ำเสียงก็เจือความผิดหวังเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า
“เอาละ ออกไปเถอะ จงรักษากฎให้ดี”
“เจ้าค่ะ” อันหนิงก้มศีรษะคำนับแล้วถอยออกไป ตอนปิดประตูยังได้ยินแม่เล้าพึมพำว่า “น่าเสียดายจริง ๆ”
น่าเสียดายหรือ? พอเข้าไปข้างในครู่หนึ่ง อันหนิงก็พอเดาได้ว่าแม่เล้าเสียดายเรื่องอะไร
ค่ำคืนนี้พวกนางคณิกาได้พักผ่อนหนึ่งวัน อ้างว่าแม่เล้าเห็นใจที่พวกนางเพิ่งรับแขกเป็นครั้งแรก จึงตั้งใจให้พักเป็นพิเศษ
หงโต้วถือห่อขนมมาที่ห้องของอันหนิง หลังจากหญิงสาวรับแขกแล้วก็จะมีห้องส่วนตัวเป็นของตนเอง
อันหนิงเป็นนางคณิกาเอกคนปัจจุบัน ห้องของนางจึงไม่เลว ทั้งกว้างขวางและสว่างสดใส หงโต้วมองด้วยความอิจฉาเล็กน้อย ก่อนจะปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
“พี่หนงอวี้ ลองชิมขนมกุ้ยฮวาจากร้านหลินจี้ดูสิ” หงโต้วหยิบขนมกุ้ยฮวาชิ้นหนึ่งส่งให้อันหนิง
“อื้ม อร่อยดี นุ่มเหนียวหอมหวาน” ขนมกุ้ยฮวาในปากอร่อยจริง ๆ อันหนิงกินอย่างมีความสุข
“ใช่ไหมล่ะ ข้ารู้อยู่แล้ว” เห็นคนชอบขนมที่ตนเอามา หงโต้วก็มีความสุขมาก จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงถามอย่างสงสัยว่า
“พี่หนงอวี้ ข้าเห็นท่านแม่พาหญิงสาวหลายคนออกไป ล้วนเป็นพวกที่เข้ามาพร้อมกับพวกเรา ไม่รู้ว่าออกไปทำอะไรกัน?”
