“ท่านแม่ เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ” อันหนิงยื่นถ้วยชาในมือให้ฮูหยินโหวหยางซื่อ
หยางซื่อกลับไม่รับถ้วยชา สีหน้าเคร่งขรึมพลางกล่าวว่า “เมื่อแต่งเข้าจวนโหวแล้ว เจ้าก็ต้องรับผิดชอบในฐานะฮูหยินซื่อจื่อ”
“เรื่องบุตรต้องรีบจัดการ จวนโหวมาถึงรุ่นของกวงเอ๋อร์ก็เหลือเขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวแล้ว อย่าปล่อยให้ข้ารอนานนัก”
อันหนิงนั่งฟังอยู่ด้านล่าง พลางคิดด่าอีกฝ่ายในใจ รู้อยู่เต็มอกว่าบุตรชายไม่ชอบตน ยังจะมาทำเสแสร้งพูดเรื่องบุตรอะไรอีก
อันหนิงไม่เชื่อว่าฮูหยินโหวจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนตนกับจ้าวเหวินกวงไม่ได้ร่วมหอกันเลย
จะมาทำเป็นเมตตาอะไรตอนนี้?
หยางซื่อกล่าวต่อว่า “เจ้าต้องรู้จักใจกว้าง อ่อนโยนต่อน้องชายน้องสาว และวางตัวให้สมกับเป็นฮูหยินซื่อจื่อ เข้าใจหรือไม่?”
เฮอะ ยายแก่นี่กำลังเตือนฉันอยู่สินะ ใจกว้างงั้นเหรอ? ยังไงล่ะ?
ยกจ้าวเหวินกวงให้คนอื่นยังไม่พอ ยังอยากให้ฉันไปคอยดูแลเหลียงอวี่โหรวหลังคลอดด้วยหรือไง?
อันหนิงไม่ลืมว่าชาติก่อนยายแก่นี่ทำกับเจ้าของร่างเดิมไว้อย่างไร เฮอะ รอฉันก่อนเถอะ
ไม่ว่าในใจจะคิดอย่างไร อันหนิงก็ยังทำสีหน้าจริงจังแล้วตอบว่า “ทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่”
หยางซื่อจึงรับถ้วยชาจากมืออันหนิง แล้วมอบกล่องเล็ก ๆ ให้นางเช่นกัน
ครั้นถึงคราวเหลียงอวี่โหรว หยางซื่อกลับไม่แม้แต่จะกำชับอะไร เพียงดื่มชาจากมือเหลียงอวี่โหรว แล้วมอบกล่องเล็ก ๆ ให้นางอีกใบ
ดูจากท่าทางที่เหลียงอวี่โหรวใช้สองมือประคองกล่องอย่างยากลำบาก ก็รู้ได้ทันทีว่ากล่องของนางหนักกว่าของตน
