ดวงตะวันลับขอบฟ้า
เฉินโม่ขับรถดัมพ์อยู่กลางถนน
สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้าชวนขนหัวลุก สายตานับไม่ถ้วนจากภายในจับจ้องออกมา
ชื่อชื้อนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ขาลาหนาใหญ่ข้างหนึ่งพาดอยู่ริมหน้าต่าง
กีบเท้าคีบมันฝรั่งหัวโตที่เริ่มแตกหน่อไว้
เคี้ยวดังกรุบ ๆ
“เลี้ยวซ้าย ข้างหน้าเลี้ยวขวา”
“ให้ตายเถอะ มันฝรั่งนี่เหี่ยวหมดแล้ว แกก็ไม่รู้จักหาอะไรดี ๆ กินบ้าง”
เฉินโม่ไม่สนใจลาข้างกาย สีหน้าเรียบเฉยขณะขับรถ
นิ้วมือขวาที่เหลืออยู่เพียงสามนิ้วจับพวงมาลัย ค่อย ๆ หักเลี้ยว
บาดแผลตรงนิ้วที่ขาดยังคงปวดแปลบเป็นระลอก
แต่ความรู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยมีมาก่อนกลับเอ่อล้นออกมาจากส่วนลึกของทุกอณูในร่างกายอย่างไม่ขาดสาย
ความรู้สึกของการได้เป็นผู้เหนือมนุษย์ช่างน่าพิศวง
ก่อนหน้านี้เขาเสียเวลาไปมากตอนปลุกพลังที่คลินิก
เวลานัดหมายกับหลินลู่
ผ่านไปแล้วหกชั่วโมง
คาดว่าขบวนรถคงไปไกลแล้ว
อีกไม่นานฟ้าก็จะมืดสนิท
“นั่นรถของสาวสวยไม่ใช่เหรอ?”
ลาข้างกายส่งเสียงประหลาด
เฉินโม่หันไปมองตามเสียง
ริมถนนข้างหน้ามีรถเบนซ์อี 300 สีดำจอดนิ่งอยู่ไม่ไกล
กระจกเปิดทิ้งไว้ แต่ไม่มีใครอยู่ในรถ
ข้างรถยังมีรถส่วนตัวอีกสองคันจอดอยู่
“จุ๊ ๆ สาวสวยคนนั้นคงถูกของข้างในเคี้ยวจนเกลี้ยงแล้ว เสียดายขายาว ๆ นั่นจริง ๆ”
เฉินโม่ถึงกับพูดไม่ออก ลาตัวนี้มีรสนิยมเหมือนมนุษย์เสียด้วย
“ไปเถอะ อย่าไปยุ่งเลย”
เฉินโม่เหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วขับรถผ่านไปตรง ๆ
.........
สิบนาทีต่อมา
เฉินโม่มองหุ่นจำลองข้างกายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“โปรดไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตหัวเหลียนเพื่อซื้อใบผ่านทาง หนึ่งคนต่อหนึ่งใบจึงจะออกไปได้”
“โปรดไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตหัวเหลียนเพื่อซื้อใบผ่านทาง หนึ่งคนต่อหนึ่งใบจึงจะออกไปได้”
ดูท่าคงเลี่ยงไม่ไปไม่ได้แล้ว
