เห็นชัด ๆ ว่านี่มันลา
เฉินโม่หันไปมอง
เป็นหลินลู่
ตอนนี้หลินลู่ยืนอยู่ด้านหลังต้าเหนียว
ใบหน้าที่ถูกพันด้วยผ้าสีขาว
กำลังจ้องสำรวจฉื่อทู่
จากนั้นก็หันมามองเฉินโม่ เฉินโม่ลงจากรถอย่างกระวนกระวาย สายตาของหลินลู่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
“หัว...หัวหน้าหลิน”
เฉินโม่เอ่ยทักทายหัวหน้าหลิน
หลินลู่พยักหน้ารับเล็กน้อย ถือว่าตอบกลับแล้ว
จังหวะนั้นเอง เงาร่างอีกหลายคนก็เดินเข้ามา
เป็นซูเชี่ยนที่จูงเสี่ยวหย่า ซึ่งกำลังกอดตุ๊กตาบาร์บี้อยู่
เหลาหยางก็ตามมาด้วย เขามองฉื่อทู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เสี่ยวเฉิน นายไปหาลาตัวนี้มาจากไหน เมื่อกี้ยังไม่เห็นเลยนี่”
ตอนนี้เฉินโม่เริ่มรู้สึกเหมือนหนังศีรษะชาหนึบที่ถูกคนมุงดู
เขาฝืนยิ้มออกมาได้อย่างน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้
“ตอนตั้งค่ายเมื่อกี้ มันวิ่งมาจากถนน น่าจะเป็น...ม้าตัวหนึ่งมั้งครับ”
“พูดเหลวไหล นั่นมันลาชัด ๆ แต่ตัวใหญ่แข็งแรงดีนะ น่าจะแบกของได้ไม่น้อย”
ซูเชี่ยนเองก็มองลาลายดำขาวตัวนั้น แล้วออกความเห็น
เสี่ยวหย่าที่ถูกซูเชี่ยนจูงอยู่ จ้องฉื่อทู่ตาไม่กะพริบ
ที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือตุ๊กตาบาร์บี้ในอ้อมแขนของเธอก็ขยับตามเสี่ยวหย่า จ้องเจ้าลาน้อยเขม็งเช่นกัน
เฉินโม่เห็นภาพนี้แล้วเลือกที่จะเงียบ
ถ้าคนอื่นรู้ว่าเจ้าลาแก่ตัวนี้เป็นตัวประหลาด
ชีวิตของเขาคงจบเห่แน่
ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นไส้ศึกของมนุษย์ แล้วสับเป็นชิ้น ๆ แน่นอน
ไม่มีใครช่วยเขาได้หรอก
ฉื่อทู่ที่ถูกทุกคนล้อมดูยังคงก้มหน้าก้มตากินหญ้าด้วยสายตาเหม่อลอย
หูของมันลู่ตก ดูโง่เขลาอย่างยิ่ง ปล่อยให้คนเหล่านี้วิพากษ์วิจารณ์ตามใจ
แต่ในหัวของเฉินโม่กลับมีเสียงคำรามอย่างเดือดดาลของฉื่อทู่ดังขึ้น
