เคร้ง
รถกระแทกโคลงเคลง ศีรษะของเฉินโม่กระแทกเข้ากับขอบหน้าต่าง
สติของเฉินโม่กลับคืนมาในที่สุด ความเจ็บปวดแล่นวาบไปทั่วร่าง
เขาลืมตาพรึ่บ
สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นเหล็กเก่าคร่ำคร่าบนเพดานห้องโดยสารรถดัมพ์ที่คุ้นตา
นอกหน้าต่าง หิมะยังคงโปรยปราย เมื่อเทียบกับเมืองฝานแล้ว หิมะเบาบางลงมาก แต่ดูเหมือนอากาศจะหนาวกว่าเดิม
รอดมาได้แล้วหรือ?
เฉินโม่สัมผัสได้ถึงความเจ็บแปลบที่แล่นมาจากทั่วร่าง มุมปากที่พยายามกดไว้พลันยกขึ้นเล็กน้อย
ครั้งนี้เขาพนันชนะ
เฉินโม่นั่งอยู่ในห้องโดยสาร จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา
ทั้งโล่งใจที่รอดชีวิตมาได้ และยินดีที่ก้าวเข้าสู่ลำดับ 2
เสียงหัวเราะอย่างสะใจของเฉินโม่ดังก้องไปทั่วห้องโดยสารที่โคลงเคลงและอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือด
สติของเฉินโม่ค่อย ๆ จมลึกลงไปในร่าง
พิษเยือกแข็งยังคงเกาะกุมอยู่เหนือหัวใจชั่วคราว ก่อเกิดสมดุลอันเปราะบางกับพลังเหนือมนุษย์ในร่าง
ตราบใดที่ไม่ใช้พลังเหนือมนุษย์ ชีวิตก็ยังพอประคองไว้ได้ชั่วคราว
เขาสัมผัสพลังเหนือมนุษย์สีเงินในร่างที่ไหลบ่าเหมือนคลื่น กระทั่งไม่อาจเทียบกับก่อนหน้าได้เลย
ลำดับ 2 ผู้ตัดเส้นทาง
เฉินโม่เอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า
“ฉันหมดสติไปนานแค่ไหน?”
เครื่องเสียงในรถเงียบไปหลายวินาที ก่อนเสียงลังเลของหลี่เสียจะดังขึ้น
“นายท่าน...เกือบ...เกือบหนึ่งวันแล้วค่ะ”
“ฉันหารถข้างทางได้หลายคัน แล้วดูดน้ำมันออกมานิดหน่อยค่ะ”
“ตอนนี้...ใกล้ถึงชานเมืองถัวแล้วค่ะ”
ในน้ำเสียงนั้นมีทั้งความไม่ยินยอมและความหงุดหงิดจนแทบล้นออกมา
ตลอดวันที่เฉินโม่หมดสติ เธอมีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วน
