หนึ่งวันต่อมา.....
ปั๊มน้ำมันร้าง ห่างจากชานเมืองซิ่งฮวา 3 กิโลเมตร
รถดัมพ์จอดอยู่บนถนน รอบ ๆ มีรถหลายคันจอดระเกะระกะ
ไม่ไกลจากนั้น ข้างปั๊มน้ำมันมีกองคาราวานรถอีกกลุ่มที่ใหญ่กว่าพวกเขามาก
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือรถทัวร์สีเขียวซึ่งจอดอยู่ข้างหัวจ่ายน้ำมัน มองผ่านกระจกหน้าต่างเข้าไปเห็นเงาคนเบียดเสียดกันแน่นขนัด
ข้างรถทัวร์มีรถเอสยูวีและเบนซ์อีสามร้อยจอดอยู่ รอบ ๆ ยังมีรถเก๋งอีกหลายคันล้อมอยู่
พอเห็นกองคาราวานรถกลุ่มใหม่เข้ามา วัยรุ่นสิบกว่าคนที่ย้อมผมสีสันฉูดฉาดก็หันมามองอย่างไม่เป็นมิตร มือกำอาวุธไว้แน่น
“ลงจากรถ! ระวังตัวไว้!”
ทันใดนั้น เสียงของเสี่ยวลิ่วก็ดังออกมาจากลำโพง
ประตูรถเปิดออก คนของกองคาราวานรถหลินลู่ที่มีอยู่เพียงสิบกว่าคนทยอยลงจากรถ
เฉินโม่มองกลุ่มคนที่มีจำนวนเหนือกว่าพวกเขาทุกด้านเบื้องหน้า มือกำมีดพร้าแน่นขึ้น สีหน้าเคร่งเครียด
น้ำมันที่เหลาหยางให้มาก่อนหน้านี้ใกล้หมดแล้ว หากเติมเสบียงที่นี่ไม่ได้ เขาก็ต้องกลับไปเดินเท้าอีกครั้ง
คนที่เหลือในกองคาราวานรถต่างมียานพาหนะ การกลายเป็นคนเดินเท้าหมายความว่าเขาจะถูกทิ้งห่างในไม่ช้า
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เฉินโม่ก็หันไปกวาดตามองพวกเดียวกัน ก่อนประเมินกำลังรบของทั้งสองฝ่ายในใจ
นอกจากตัวเขา เสี่ยวลิ่ว ต้าเหนียว และผู้ช่วยอีกคนของหลินลู่ ก็เหลือเพียงพี่มีดกับลูกน้องอีกสามคน ส่วนผู้หญิงที่ซุกตัวอยู่ในรถของพี่มีดเห็นได้ชัดว่าไม่มีแรงต่อสู้
ส่วนหลินลู่กับเหลาหยางไม่ได้ลงจากรถมาเลย
เฉินโม่รู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าเหลาหยางปลุกพลังลำดับช่างกลได้
ถึงได้นั่งเข้าไปในรถบัญชาการของหลินลู่ได้ ถึงได้ขอน้ำมันมาได้ครึ่งถัง
เห็นชัดว่าคนทั้งสองไม่อยู่ในรายชื่อกำลังรบ
คนสิบกว่าคนต้องปะทะกับอีกฝ่ายที่มีมากกว่าหกสิบคน.......
จังหวะนั้นเอง ลูกน้องผมทองคนหนึ่งของพี่มีดเดินเข้ามาใกล้ ก่อนพูดเสียงเบากับเฉินโม่
