เสียงกรีดร้องใสกระจ่างที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันของเหวินจือหยวนลอยเข้าหูทุกคนทางฝั่งลิฟต์อย่างชัดเจน
หลินเย่ที่เฝ้าอยู่ตรงปากทางลิฟต์ใจหายวาบ
“เหวินจือหยวน!”
เขาเผลอตะโกนเรียกชื่อเธอออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนที่ไม่อาจปกปิด
ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมาก ทั้งยังไม่สนใจความมืดตรงหน้า หลินเย่อาศัยสัญชาตญาณล้วน ๆ คลำทางวิ่งก้าวยาวออกจากลิฟต์ไป
เพียงไม่กี่วินาที เขาก็วิ่งไปถึงจุดที่เหวินจือหยวนอยู่
แม้ภาพตรงหน้าจะมืดสลัวพร่าเลือน แต่เขาก็มองเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าได้ในทันที
เหวินจือหยวนยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่ แผ่นหลังถูกโอบกอดแน่นด้วยร่างสูงใหญ่ อีกฝ่ายกอดเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ท่าทางเต็มไปด้วยการล่วงละเมิดอย่างยิ่ง
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ก้าวเข้าไปยกมือคว้าชายเสื้อด้านหลังของคนคนนั้นแล้วกระชากอย่างแรง ใช้แรงมหาศาลดึงอีกฝ่ายออกจากตัวเหวินจือหยวนทั้งอย่างนั้น!
คนนั้นถูกกระชากอย่างแรงจนเซถอยหลังไปสองก้าว
หลินเย่คร้านจะสนใจคนข้าง ๆ เขามองเหวินจือหยวนแล้วถามว่า “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม”
แผ่นหลังของเหวินจือหยวนยังเกร็งเล็กน้อย หัวใจยังเต้นระรัว เพราะจู่ ๆ ก็ถูกคนอื่นกอด ทำให้เธอตกใจจนยังตั้งสติไม่ค่อยได้
เธอส่ายหน้าเบา ๆ ลมหายใจสั่นไหว “ไม่เป็นไร แค่จู่ ๆ ก็ถูกคนกอด เลยตกใจนิดหน่อย”
เมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บ แค่ตกใจเท่านั้น หลินเย่ก็โล่งใจขึ้นเล็กน้อย จากนั้นหันไปมองเอ็นพีซีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เอ็นพีซีคนนี้ไม่ใช่เอ็นพีซีหน้าผีตัวเมื่อครู่
