บ้านเกิดของซูเจิ้งคุนอยู่ที่ซินหยางซื่อ ห่างจากเมืองตงเจียงไม่ถึงสองร้อยกิโลเมตร เป็นเมืองระดับอำเภอที่ขึ้นตรงกับเมืองตงเจียง อยู่ใกล้ทะเลจีนใต้ เศรษฐกิจการประมงค่อนข้างรุ่งเรือง ครอบครัวของซูเจิ้งคุนเป็นชาวประมงมาหลายชั่วอายุคน
เช้าวันที่ยี่สิบแปดเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ ซูเจิ้งคุนขับรถพาอู๋เอ้อโกวกับภรรยาและซูจิ้นเหยียนออกเดินทางจากตงเจียง ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาถึงหมู่บ้านซูเจียที่ตั้งอยู่ริมทะเล
เมื่อก่อนหลี่เหมย์ก็ต้องกลับไปฉลองปีใหม่ด้วย แต่ปีนี้เธอต้องอยู่บ้านช่วยลูกชายเลี้ยงหลาน ซูเจิ้งคุนขับรถออฟโรดที่ผลิตในประเทศ ที่บ้านยังมีรถเก๋งเยอรมันราคาสองแสนกว่าหยวน รถสองคันนี้ปกติหูย่าเจี๋ยกับภรรยาเป็นคนขับ ซูเจิ้งคุนจะใช้ก็ต่อเมื่อกลับบ้านเกิดเท่านั้น
หมู่บ้านซูเจียเป็นหมู่บ้านชาวประมง อยู่ใกล้ทะเลมาก นั่งอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงคลื่น ชาวบ้านที่นี่ร่ำรวยกันทุกคน แต่ละบ้านมีคฤหาสน์สไตล์ตะวันตก ชาวบ้านไม่เพียงออกทะเลไปจับปลา ยังเปิดกิจการที่พักและร้านอาหารทะเลแบบบ้านชาวประมง ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มากินอาหารทะเลและสัมผัสความสนุกของการเก็บหาของทะเลในช่วงน้ำลง
พ่อแม่ของซูเจิ้งคุนอาศัยอยู่กับน้องชายอย่างซูเจิ้งสง ที่บ้านเปิดเกสต์เฮาส์เล็ก ๆ แต่พอถึงช่วงปีใหม่ก็แทบไม่มีแขก
ทันทีที่อู๋เอ้อโกวเข้าบ้าน ก็ถูกจัดให้ไปกราบไหว้ปู่ย่าพร้อมกับซูจิ่นยวี่ เพราะตอนที่ทั้งคู่แต่งงานกัน ผู้เฒ่าทั้งสองสุขภาพไม่เอื้ออำนวยจึงไปร่วมงานไม่ได้
“สวัสดีครับคุณปู่คุณย่า”
อู๋เอ้อโกวไม่รู้ธรรมเนียมของที่นี่ หลังกราบเสร็จก็เอ่ยทักทายไปตามเรื่อง
ผู้เฒ่าทั้งสองอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว ดูเหมือนสุขภาพยังแข็งแรงดี แต่หูไม่ค่อยได้ยินทั้งคู่ ไม่รู้ว่าได้ยินคำทักทายของอู๋เอ้อโกวหรือเปล่า เพียงมองทั้งสองแล้วยิ้ม ก่อนหยิบซองอั่งเปาสองซองมาวางบนมือพวกเขา
