ชื่อของเด็กเป็นฉี๋กวนเช่อที่ตั้งให้
ตอนที่เสิ่นเหยาเอ่ยขอ เขาตั้งใจจะปฏิเสธ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมใสของหญิงสาวที่ฉายแวววิงวอนและศรัทธาอยู่จาง ๆ คำปฏิเสธกลับติดอยู่ในลำคอ เอื้อนเอ่ยออกมาไม่ได้
ฉี๋กวนเช่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กว่าจะเรียกเสียงของตัวเองกลับคืนมาได้ “ก่อนคุณชายอู๋จะจากไป เขาไม่ได้ตั้งชื่อให้เด็กไว้หรือ?”
เสิ่นเหยาชะงัก ก่อนเบือนหน้าหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ น้ำเสียงขุ่นมัว “ตั้งแล้ว...แต่ฉันไม่ชอบชื่อนั้น”
จะเรียกว่าไม่ชอบชื่อนั้นได้อย่างไร ที่จริงแค่ไม่ชอบคนที่ตั้งชื่อให้ต่างหาก
ฉี๋กวนเช่อเข้าใจดี ทว่ายังคงปฏิเสธ
“แบบนี้ไม่เหมาะสม”
เสิ่นเหยาหันกลับมา ขนตาดำขลับเปียกชื้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าฉี๋กวนเช่อยังไม่ยอม เธอก็เม้มริมฝีปาก ลุกลงจากเตียง
ชุนเซียงกับชุนหยวนที่อยู่ข้าง ๆ ตั้งท่าจะเข้าไปประคอง แต่กลับชะงักค้างอยู่กับที่
ฉี๋กวนเช่อชิงเข้าไปประคองเธอก่อนแล้ว
นิ้วเรียวยาวแข็งแรงแตะลงบนข้อมือบอบบางของหญิงสาว ฉี๋กวนเช่อนิ้วแข็งทื่อ ก่อนออกแรงเล็กน้อยกดเสิ่นเหยากลับลงไปบนเตียง คราวนี้เขาไม่ปฏิเสธอีก กลับเปลี่ยนคำพูดว่า
“ได้ ฉันรับปากคุณ”
คนเป็นแม่คงหวังให้ลูกได้รับพรจากเซียนอาจารย์ เพื่อให้เติบโตอย่างปลอดโรคปลอดภัยและราบรื่น
ฉี๋กวนเช่อไม่ได้คิดอะไรมาก หรืออาจพูดได้ว่าเขาคิดคำตอบไว้แล้ว เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยชื่อที่ตั้งให้เด็กคนนี้ “อู๋อวี๋ เป็นอย่างไร?”
เมื่อเห็นแววตาของเสิ่นเหยาส่องประกายขึ้นเล็กน้อย ฉี๋กวนเช่อก็จงใจเมินสายตาร้อนแรงคู่นั้น แล้วเอ่ยเสริมว่า “หวังว่าเด็กคนนี้จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ปลอดทุกข์ภัยไปทุกปี”
