“สามี” เสิ่นเหยาเรียกเฉินจื่อเชียนเสียงเบา ปลายนิ้วอุ่น ๆ ลอบสอดเข้าไปในแขนเสื้อสูทของเขา แนบกับผิวข้อมือที่เย็นเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วลูบไล้อย่างแผ่วเบา “ฉันฆ่าคนเป็นนะ”
คำพูดนี้คล้ายจะพูดให้เฉินจื่อเชียนฟัง แต่ก็เหมือนจะพูดกับตัวเองด้วย
น้ำเสียงของเสิ่นเหยาร่าเริงไร้เดียงสา ราวกับกำลังเล่าเรื่องสนุก ๆ ไม่ใช่พูดถึงการฆ่าอย่างโหดเหี้ยม
เฉินจื่อเชียนก้มมองเธอ ดวงตาดำลึกล้ำจนยากจะคาดเดาอารมณ์ เขาถามกลับเสียงต่ำ “คุณอยากฆ่าผมเหรอ?”
เขาดูไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย
เสิ่นเหยาชะงักไปเมื่อได้ยิน ขนตายาวสั่นไหวแผ่วเบา ราวกับถูกคำพูดนั้นทิ่มแทง
แขนที่โอบเอวเขากระชับแน่นขึ้น แก้มแนบกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจเต้นมั่นคงทรงพลัง ความลังเลวูบหนึ่งแล่นผ่านใจอย่างรวดเร็ว
ครู่ต่อมา เสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้นอย่างน้อยใจ “ฉันไม่อยากให้คุณตาย”
ลูกกระเดือกของเฉินจื่อเชียนขยับขึ้นลงช้า ๆ หัวใจพลันเต้นแรง เขาแยกไม่ออกว่าคำพูดนี้เป็นเพียงการเสแสร้งอันสมบูรณ์แบบอย่างน่าขนลุก หรือเป็นความจริงใจที่ยังหลงเหลือจากอดีตในร่างของเสิ่นเหยา
เฉินจื่อเชียนพลันนึกถึงเมื่อคืน หลังจากเขาคลุมเสื้อให้เธอ แววตาของเธอก็สว่างขึ้นด้วยความรักชื่นชมอันบริสุทธิ์และเร่าร้อน
ความรู้สึกทั้งหมดนั้นมีไว้ให้สามีของเธอ สามีตัวจริงของเสิ่นเหยา ส่วนผู้ชายคนนั้นไม่คู่ควรกับสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
“แล้วคุณอยากฆ่าใคร?” เฉินจื่อเชียนถามตามคำพูดของเธอ ปลายนิ้วแตะเอวแล้วค่อย ๆ กระชับ กักเธอไว้ในอ้อมแขน
เสิ่นเหยาเงยหน้าขึ้น มุมปากยกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “ฉันแค่อยากอยู่ข้างสามี”
เธอเลี่ยงไม่ตอบ ทำให้คำตอบคลุมเครือ
“ทุกคนจะเดินไปไหนมาไหนได้ตามอิสระ” จู่ ๆ เสิ่นเหยาก็พูดขึ้น แม้เสียงไม่ดัง แต่กลับกลบเสียงจอแจเบา ๆ ในโถงใหญ่ได้อย่างน่าประหลาด “อีกครึ่งชั่วโมงให้กลับห้องของตัวเอง”
