หลินเฟิงพูดไม่ออก
ทำไมศัตรูของเจ้าของร่างเดิมถึงมีอยู่ทั่วทุกที่เลยนะ
เขาเป็นคนดีแท้ ๆ ทำไมคนพวกนี้ถึงได้บีบให้เขาต้องลงมือด้วย?
ส่วนเรื่องที่ว่าถ้าลงมือที่นี่แล้วจะถูกไล่ออกน่ะหรือ!
โธ่เอ๊ย! เขาบำเพ็ญเซียนแล้ว ยังจะต้องแคร์เรื่องพวกนี้อีกหรือไง? จะเรียนก็เรียน ไม่เรียนก็ช่าง
ขณะที่หลินเฟิงกำลังจะลงมือสั่งสอนพวกนั้นสักหน่อย หางตาก็เหลือบเห็นเงาร่างหนึ่ง
คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสิ่นจือเหยาที่อยู่ห้องเดียวกับเขาเมื่อคืนนี้
เสิ่นจือเหยาเองก็เห็นเขา สายตาหลุกหลิก ไม่กล้ามองหลินเฟิง
แก้มยังแดงก่ำอีกด้วย
ดูท่าเธอจะจำได้ชัดเจนทีเดียวว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
ยานั่นมันแรงขนาดนั้นเลยหรือ?
ทำให้คนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ยังมีสติแจ่มชัด แถมยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้อีก!
หลินเฟิงพลันคิดแผนการขึ้นมาได้
แผนใหญ่สำหรับโกยแต้มอารมณ์
หลินเฟิงทักทายเสิ่นจือเหยาอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ “จือเหยา! อรุณสวัสดิ์ เมื่อคืนหลับสบายไหม?”
ฟังดูเหมือนแค่คำทักทายธรรมดา
แต่คนดีที่ไหนกันจะถามเพศตรงข้ามตั้งแต่เช้าตรู่แบบนั้นว่าหลับสบายไหม?
นี่มันชวนให้คิดไปไกลชัด ๆ
เป็นไปตามคาด
แค่ประโยคเดียว หลินเฟิงก็ได้รับสายตาอาฆาตนับไม่ถ้วน แต้มอารมณ์พุ่งขึ้นมาอีกระลอก
คนที่มอบแต้มให้มากที่สุดคือหยางฮ่าวอวี่
ส่วนพวกคนมุงที่เพิ่งเข้ามาก็ให้แต้มไม่น้อยเหมือนกัน
ดูท่าเสิ่นจือเหยาจะมีพวกชายหนุ่มที่ตามจีบอยู่ไม่น้อยเลย
เสิ่นจือเหยาเองก็จับความกำกวมในคำพูดของหลินเฟิงได้