เย่เฉินใบหูแดงเรื่อ
พลั้งปากเสียแล้ว
เย่เฉินรีบหันกลับไปคารวะเย่าเหยียนด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ใบหน้าแดงลามด้วยความอับอาย
"ข้าขออภัย!"
เขากล่าวด้วยเสียงอันดัง
เมื่อครู่ที่ผู้อาวุโสเย่าเหยียนพุ่งออกมาจากหยกตรงหน้าอกของเขา เขาไม่รู้ดำไม่แดงก็ต่อว่าเย่าเหยียนเสียยกใหญ่
ยามนี้เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว เย่าเหยียนอาจจะเกี่ยวข้องกับมารดาของเขาก็เป็นได้
เย่เฉินประสานหมัด "ข้าเองที่บุ่มบ่ามเกินไป"
เย่าเหยียนลูบเครายิ้ม ไม่ได้ถือสา "ต่อว่าก็ต่อว่าเถอะ นี่มันหลายปีมานี้เจ้าเผชิญการเยาะเย้ยและคำหยาบหยามไม่น้อยเลย เจ้าก็ต้องได้ระบายบ้างล่ะนะ"
"การที่เจ้าฝืนทนมาจนถึงตอนนี้ได้ ก็ยากมากแล้ว"
พูดจบ เย่าเหยียนแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
ตอนที่เขาอยู่ในหยกนั้น เขาเฝ้ามองการเติบโตของเย่เฉินมาตลอดสิบหกปี
ในเวลาเจ็ดปีที่ระดับพลังถดถอยนี้ ถึงแม้เย่เฉินจะคิดอยากล้มเลิกอยู่เสมอ แต่เขาก็ไม่เคยทำแบบนั้นเลย!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
เย่าเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"เย่เฉิน อันที่จริงเจ็ดปีมานี้ ก็เพราะข้าดูดซับพลังวิญญาณของเจ้ามา จึงพอจะช่วยเจ้าต่อต้านพลังประหลาดลึกลับได้ น่าเสียดายที่เมื่อเจ็ดปีก่อน พลังของข้าก็เหือดแห้งหมดสิ้นแล้ว ฉะนั้นข้าจึงทำได้เพียงฝืนต้านทานเท่านั้น......ต้องขออภัย"
"แต่ก็เพราะเจ้ามิเคยละทิ้งการฝึกฝนนั่นแหละ เจ้าจึงมีชีวิตรอดมาได้"
"เจ้าเคยคิดบ้างไหมว่า ในเจ็ดปีนี้สิ่งที่เจ้าได้ประสบพบเจอ ได้หล่อหลอมให้จิตใจของเจ้าเติบโตขึ้นมากเพียงใด!"
สิ้นเสียง!
เย่เฉินชะงักนิ่งไปเล็กน้อย
ผู้อาวุโสเย่าเหยียนพูดถูก
เสียไปทางหนึ่ง ชดเชยมาอีกทาง!
สิบหกปีมานี้ เขาเคยยืนอยู่เหนือขุนเขา เคยร่วงหล่นยังหุบเหว
ทั้งสองสิ่งนี้ล้วนทำให้เขาได้บทเรียนมากมาย!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
เย่เฉินคารวะเย่าเหยียนอย่างนอบน้อม "ขอบพระคุณผู้อาวุโสเย่าเหยียน ท่านลำบากมาหลายปีแล้วนะขอรับ ท่านโปรดวางใจ สักวันหนึ่ง ข้าจะช่วยท่านประกอบร่างขึ้นมาใหม่"
เย่าเหยียนเอ่ยเรียบ ๆ "ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ข้าเป็นเพียงเสี้ยววิญญาณหลงเหลือ ครั้นได้เห็นเจ้าฟื้นคืนมา ความยึดติดของข้าก็จางหายแล้ว สิ่งที่มารดาของเจ้า 'เย่าหลิวหลี' มอบหมายให้ข้า ทำให้ลุล่วงแล้ว"
