เมื่อมาถึงหมู่บ้านตงชุน ตรอกซอกซอยอันคุ้นตาก็ทอดยาวออกไปท่ามกลางราตรี
เฉินเป่ยเสวียนเดินลึกเข้าไปตามตรอกแคบ ๆ ผ่านต้นไทรเก่าแก่ที่ถูกพายุไต้ฝุ่นพัดจนเอียง ผ่านร้านรับซื้อของเก่าที่มีกล่องกระดาษกองอยู่หน้าประตูไม่เคยขาด และผ่านเสาไฟริมถนนใต้ตึกที่สว่างวูบวาบ ส่งเสียงซ่า ๆ
ท้ายที่สุด เขาหยุดยืนหน้าตึกเก่าหกชั้นที่มีแต่บันได
กระเบื้องสีขาวบนผนังด้านนอกของตึกถูกกาลเวลากัดกร่อนจนหลุดล่อนเป็นด่างดวง หลายแห่งเผยให้เห็นชั้นปูนสีเทาด้านล่าง
ประตูเหล็กตรงทางเข้าบันไดขึ้นสนิมเขรอะ ส่วนอินเตอร์คอมบนประตูก็พังมานานหลายปีจนไม่มีใครรู้แล้วว่าเสียตั้งแต่เมื่อไร และก็ไม่มีใครซ่อม
กอหญ้ารกทึบขึ้นอยู่ชิดกำแพง โอนเอนเบา ๆ ไปตามลมกลางคืน
เมื่อมองตึกเก่าที่คุ้นเคยยิ่งกว่าอะไรตรงหน้า เฉินเป่ยเสวียนยืนนิ่งอยู่หน้าประตู พลันรู้สึกเลื่อนลอยขึ้นมาเล็กน้อย
หลายหมื่นปีแล้ว
ตลอดหลายหมื่นปีในโลกบำเพ็ญเซียน ไม่รู้กี่ครั้งที่เขาหลับตาลงในยามดึก แล้วภาพตึกหลังนี้ ประตูบานนี้ หน้าต่างบานนี้ก็ผุดขึ้นในใจ
เขาคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้เห็นอีกแล้ว แต่สุดท้ายโชคชะตาก็มอบเรื่องน่ายินดีที่ไม่คาดฝันให้เขา
แดนเซียนภูเขาวิญญาณในโลกบำเพ็ญเซียนยุคบรรพกาลงดงามเพียงใด ก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของชีวิตสามัญบนโลกมนุษย์
เฉินเป่ยเสวียนสูดลมหายใจลึก แล้วก้าวเข้าไปในโถงบันได
ไฟอัตโนมัติที่เปิดตามเสียงของตึกเก่าตอบสนองไม่ค่อยดีมานานแล้ว เขากระทืบเท้าหนัก ๆ สองครั้ง หลอดไฟเหนือศีรษะจึงยอมสว่างขึ้นอย่างอิดออด ส่องแสงวูบวาบเป็นวง
ชั้นห้า ห้อง 502
เฉินเป่ยเสวียนล้วงกุญแจจากกระเป๋าด้านข้างของเป้ เสียบเข้าไปในรูกุญแจแล้วหมุนเบา ๆ
กลอนประตูดังคลิก ก่อนจะเปิดออก กลิ่นน้ำมันผัด ซีอิ๊ว และเต้าเจี้ยวปะปนกันพุ่งเข้ามาปะทะหน้า
ประตูเปิดออกแล้ว
ห้องรับแขกไม่ใหญ่ มีโซฟาผ้าทรงเก่าวางอยู่ตัวหนึ่ง ผ้าบริเวณที่วางแขนสึกจนเป็นขุย
บนโต๊ะกลางปูแผ่นพลาสติกใสไว้ ใต้แผ่นนั้นมีรูปถ่ายเก่าสีเหลืองอยู่หลายใบ
โทรทัศน์เป็นจอแอลซีดีเครื่องใหญ่รุ่นเมื่อสิบกว่าปีก่อน กล่องรับสัญญาณด้านบนคลุมด้วยผ้าลูกไม้กันฝุ่นผืนหนึ่ง
