ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เฉิ่นเยี่ยนจืออุ้มเจียงสี่ไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ถือโทรศัพท์จัดการเรื่องของสตูดิโอ
ตอนนี้สตูดิโอเพิ่งขยายธุรกิจรับเล่นเกมเป็นเพื่อน ช่วงนี้กำลังจัดกิจกรรม ทำให้จำนวนลูกค้าที่สอบถามเพิ่มขึ้น เรื่องร้องเรียนก็เพิ่มตามไปด้วย
ระยะนี้เฉิ่นเยี่ยนจือต้องแบ่งเวลาไปสั่งให้ลูกน้องจัดการเรื่องเหล่านี้
“อือ...”
เจียงสี่รู้สึกไม่สบายตัว จึงขยับศีรษะโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นท่าทางเหมือนเธอกำลังจะตื่น เฉิ่นเยี่ยนจือก็ชักแขนที่โอบเธอกลับแทบจะทันที
เจียงสี่สะดุ้งตื่นจากความฝัน ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน แล้วก็เห็นว่าตัวเองซุกหน้าอยู่ในอ้อมแขนของเฉิ่นเยี่ยนจือ
กลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากตัวชายหนุ่มอบอวลอยู่ตรงปลายจมูก
เธอมึนงงเล็กน้อย ราวกับไม่คิดว่าตัวเองจะเผลอหลับไป
ตั้งแต่ตั้งครรภ์ ร่างกายของเธอก็เหนื่อยล้า แถมยังง่วงง่ายขึ้นด้วย
พอเห็นว่าเฉิ่นเยี่ยนจือถอดสายน้ำเกลือเรียบร้อยแล้ว เจียงสี่ก็ถามทันทีว่า “ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ?”
เฉิ่นเยี่ยนจือตอบขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “ปลุกแล้ว แต่ไม่ตื่น หลับเป็นหมูตัวน้อย แถมน้ำลายยังไหลด้วย”
