“ไอ้บ้า ฉันจะกัดนายให้ตายเลย!”
มู่หรงเสวี่ยพุ่งเข้ามาอย่างโมโห ทำท่าจะจัดการเย่เทียน
เย่เทียนรวบเอวเธอไว้ในอ้อมแขนทันที “จะทำอะไร?”
“อ๊า... ปล่อยนะ เจ็บ ๆ ๆ...”
มู่หรงเสวี่ยอ้าปากเล็กแดงระเรื่อ กัดไหล่เย่เทียนเข้าเต็มแรง
“มู่หรงเสวี่ย เธอนี่มันหมาชัด ๆ เลยใช่ไหม? กัดฉันอีกแล้วนะ?
ถ้าไม่สั่งสอนสักหน่อย เธอคงไม่รู้ว่าฉันเอาจริงแค่ไหน”
เย่เทียนตบก้นงอนของมู่หรงเสวี่ยไปหนึ่งที
“อ๊า...” เสียงร้องหวานใสดังขึ้นทันที
“ไอ้บ้า ตีตรงไหนของฉันเนี่ย?”
ถูกตบตรงนั้นเข้า มู่หรงเสวี่ยทั้งอายทั้งโมโห
“ยังกล้ากัดฉันอีกไหม? จะกัดอีกหรือเปล่า?”
เย่เทียนยกมือขึ้น ทำท่าจะตบซ้ำอีกที
“รีบปล่อยฉันเลยนะ เอาละ ฉันไม่กัดแล้วก็ได้!”
มู่หรงเสวี่ยกลัวเจ้าบ้านี่จริง ๆ
นี่มันในบริษัทนะ เขากอดเธอไว้ในท่าทางน่าอายขนาดนี้ แถมยังตบตรงนั้นอีก ไอ้บ้านี่ไม่สนภาพลักษณ์เลยสักนิด
คนเดินกันขวักไขว่ ถ้ามีใครเห็นเข้า เธอจะเอาหน้าซีอีโอสาวสวยผู้เย็นชาไปไว้ที่ไหน
“งั้นหอมฉันทีหนึ่ง แล้วฉันจะยกโทษให้” เย่เทียนกอดเอวคอดนุ่มนิ่มของมู่หรงเสวี่ยไว้ไม่ยอมปล่อย
“จุ๊บ...” มู่หรงเสวี่ยกลัวคนมาเห็น เลยรีบจูบแก้มเย่เทียนหนึ่งทีเพื่อให้หลุดจากเงื้อมมือเขาโดยเร็ว
“จูบตรงไหนเนี่ย? ต้องจูบปากสิ
พอดีปากฉันแห้งนิดหน่อย จูบให้ทั่วถึงหน่อย!”
คำพูดของเย่เทียนทำให้ใบหน้ามู่หรงเสวี่ยแดงก่ำขึ้นมาทันที
“เย่เทียน อย่าทำเกินไปนะ”
“แค่นี้ก็เกินไปแล้ว งั้นก็ช่างเถอะ ฉันเรียกหรงหรงเข้ามาดีกว่า”
เย่เทียนยังพูดไม่ทันจบ ริมฝีปากแดงนุ่มชุ่มชื้นคู่หนึ่งก็ปิดปากเขาไว้
