“แต่คุณหนูใหญ่ตระกูลเมิ่งสวยมาตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 9 ขวบก็เป็นสาวน้อยที่งดงามมากแล้ว
อีก 10 ปีต่อมา เธอต้องสวยจนตะลึง งามราวกับนางฟ้าแน่ ๆ”
“สวยแล้วมีประโยชน์อะไร? เธอเป็นคนโหดเหี้ยมที่เผาพวกค้ามนุษย์ตายไปหลายสิบคนในคราวเดียวเชียวนะ
แถมยังไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
เย่เทียนถอนหายใจ
“นายพอจะมีแผนที่เข้าท่าบ้างไหม?”
“คิก ๆ ๆ วิธีของฉันไม่ดีตรงไหนล่ะ?
ตอนนี้ยังหาตัวสาวสวยจอมคลั่งตระกูลเมิ่งไม่เจอ ก็ต้องเริ่มจากหวังอวี่เยี่ยนแล้วล่ะ
หวังอวี่เยี่ยนก็สวยมากเหมือนกัน งามสง่าราวกับนกหงส์เหิน ทั้งอ่อนโยนและมีเสน่ห์
ถ้านายคว้าใจเธอได้ รับรองว่าคุ้มสุด ๆ
ปกติตอนกลางคืนเธอจะไปที่สี่พรรคประตูในตลาดโบราณวัตถุ เธอเป็นเจ้าของร้านโบราณวัตถุแห่งนั้นอยู่เบื้องหลัง
คืนนี้นายลองไปดวงดูสิ”
มู่หรงเสวี่ยสืบเส้นทางที่หวังอวี่เยี่ยนมักจะไปจนรู้หมดทุกอย่างแล้ว
เย่เทียนเหลือบดูเวลา ตอนนี้ 11 โมง 5 นาที ยังเช้าอยู่เลย
“มู่หรงเสวี่ย ทำไมเธอถึงช่วยฉันขนาดนี้?
เพราะฉันหล่อ ลีลาดี แถมยังน่ารักน่าหลงใหล หรือเพราะฉันเคยช่วยชีวิตเธอไว้?”
เย่เทียนถามพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไสหัวไป!” หน้าด้านจริง ๆ หน้าด้านจนสุดกู่เลยนะ
“มู่หรงเสวี่ย ถ้าตระกูลมู่หรงเสียตลาดโบราณวัตถุไป กำลังของพวกเธอก็จะยิ่งอ่อนแอลงไม่ใช่เหรอ?
พอต้องรับมือกับตระกูลหวังและอารองของเธอที่ร่วมมือกัน เธอก็ยิ่งลำบากกว่าเดิมไม่ใช่หรือไง?
แต่เธอกลับทุ่มสุดตัวช่วยฉันยึดตลาดโบราณวัตถุมาให้ แบบนี้เธอได้ประโยชน์อะไร?”
เย่เทียนเริ่มสงสัย
มู่หรงเสวี่ยดูยังไงก็ไม่ใช่คนไร้สมอง
“นายคิดมากไปแล้ว ฉันช่วยนายยึดตลาดโบราณวัตถุก็เพราะคุณปู่สั่ง
คุณปู่คงจับสังเกตความคิดของอารองได้แล้ว เขาไม่อยากให้อารองได้ตลาดโบราณวัตถุไป
