“นายถือปืนพกที่ยิงได้ไกลสุด 100 เมตร จะจัดการมือสไนเปอร์ที่อยู่ห่างออกไป 2,000 เมตรเนี่ยนะ คิดว่าเป็นไปได้หรือไง?”
สวีชิงซวงถูกชายแปลกหน้าคนหนึ่งกดทับอยู่ ดวงตาคู่งามเบิกกว้าง ทั้งอับอายทั้งโมโห
แต่ไม่ว่าเธอจะผลักเขาอย่างไร ชายที่ทับอยู่บนตัวกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ตอนนี้เย่เทียนไม่มีอารมณ์จะสนใจเธอด้วยซ้ำ
“เมื่อกี้วิถีกระสุนสูงกว่าระดับเป้าหมาย แสดงว่ามือสไนเปอร์อยู่บนชั้นสิบขึ้นไป แต่ไม่เกินชั้นยี่สิบ
เขายังไม่รีบยิงซ้ำ แสดงว่ากำลังรอมุมที่ดีที่สุด ฉันต้องบีบให้เขายิงอีกครั้ง ถึงจะหาที่ซ่อนของเขาเจอ”
สวีชิงซวงเม้มริมฝีปาก แก้มแดงก่ำ “รีบลุกขึ้นสิ นายทับผมฉันอยู่”
เย่เทียนขมวดคิ้ว “ขอโทษนะ เธอถอดเสื้อออกได้ไหม? เร็วเข้า!”
เขายื่นมือไปทัดปอยผมที่ห้อยลงมาของสวีชิงซวงไว้หลังใบหู
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากลุก แต่ซอกมุมที่ซ่อนตัวอย่างมิดชิดนี้มีพื้นที่พอให้ทั้งคู่หลบอยู่ในท่านี้เท่านั้น
สวีชิงซวงจ้องเย่เทียนอย่างระแวดระวัง “นายจะทำอะไร?”
“ฉันจะใช้มันเป็นเหยื่อล่อ! เวลาแบบนี้จะให้ฉันทำอะไรได้อีก?”
เย่เทียนกระชากเสื้อคลุมของสวีชิงซวงออก แล้วเหวี่ยงไปทางมุมตะวันออกเฉียงใต้อย่างแรง!
เดิมทีเขาคิดจะถอดเสื้อของตัวเอง แต่เขาสวมเสื้อแขนสั้นอยู่แค่ตัวเดียว ถอดออกก็ต้องเปลือยท่อนบน ดูไม่เหมาะ โดยเฉพาะต่อหน้าผู้หญิง
“ปัง!”
เสื้อคลุมถูกกระสุนเจาะทะลุอย่างแม่นยำ ตรึงติดกับโครงเหล็กของป้ายโฆษณา สั่นไหวไปตามแรงลม
มุมปากเย่เทียนยกขึ้นช้า ๆ แววตาเย็นเยียบวาบผ่าน “เจอตัวแล้ว!
คิดจะฆ่าฉัน งั้นแกก็ตายซะ!”
เย่เทียนยกปืนยิงอย่างรวดเร็ว ญาณห่อหุ้มกระสุน พุ่งทะลุอากาศออกไปในชั่วพริบตา!
กระสุนเสียดสีกับอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลม
